บทที่ 5 ผอ.ห้องฉุกเฉินเริ่มนอนไม่หลับ
เสียงสัญญาณเตือนดังสนั่นในห้องซีที
ร่างของหลิวเผิงกระตุกเกร็ง ก่อนทรุดลงบนเตียงตรวจอย่างหนัก พยาบาลจ้าวพุ่งเข้าไปประคองศีรษะไว้ ป้องกันไม่ให้เขากระแทกกับขอบเครื่องอีก
"ค่าออกซิเจนในเลือดตก!"
ซุนจื้อเฉียงคว้าวิทยุสื่อสาร "เข็นรถกู้ชีพมา! ศัลยกรรมประสาทติดต่อกลับมาหรือยัง?"
หลินเย่เอามือถือแนบหู
สายดังไปจนครั้งที่หก ในที่สุดก็มีคนรับ
"ศัลยกรรมประสาทเวรครับ"
"ฉุกเฉินครับ บาดเจ็บจากการเมาแล้วล้ม ตรวจพบเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองด้านขวา มีแนวโน้มเส้นกึ่งกลางสมองเคลื่อน ตอนนี้รู้ตัวลดลงและชัก"
ปลายสายยังมีเสียงงัวเงีย แต่พอได้ยินคำว่า 'เส้นกึ่งกลางสมองเคลื่อน' ก็ตื่นเต็มตา "ส่งฟิล์มมาให้ผม แจ้งผอ.หลัวเดี๋ยวนี้"
"ส่งไปแล้วครับ"
หลินเย่วางสาย หันไปบอกพยาบาลจ้าว "ให้นอนตะแคง เตรียมย้ายไปห้องกู้ชีพ อย่าให้สำลัก"
พยาบาลจ้าวทำแคล่วคล่อง "ทราบค่ะ"
เพื่อนที่หน้าแดงยืนอยู่หน้าประตู ขาแทบไม่มีแรง "หมอครับ เขาจะตายไหม?"
คนที่เพิ่งตะโกนว่า "อย่าหลอกเอาเงิน" เมื่อกี้ ตอนนี้เสียงสั่นไปหมด
ซุนจื้อเฉียงมองเขาหนึ่งที อย่างไม่สบอารมณ์ "เพิ่งจะถามตอนนี้เหรอ? ติดต่อญาติเขา เดี๋ยวนี้!"
เพื่อนล้วงมือถือออกมา นิ้วมือกดสามครั้งกว่าจะปลดล็อกหน้าจอ
หลิวเผิงถูกเข็นกลับไปที่ห้องกู้ชีพ กลิ่นเหล้า กลิ่นอ้วก กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละเคล้ากัน พยาบาลจ้าวดูดเสมหะในทางเดินหายใจไปพลาง ตะโกนบอกพยาบาลที่มาใหม่ "เตรียมย้ายผู้ป่วย ห้องผ่าตัดศัลยกรรมประสาทรอแจ้ง!"
หลินเย่ยืนข้างเตียง จ้องมองรูม่านตาของหลิวเผิง
ระบบไม่ได้ให้แผนการรักษาใดๆ มีเพียงข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นที่ขอบเขตการมองเห็น
【ความเสี่ยงขั้นวิกฤตกำลังดำเนินไป】
【ช่วงเวลาการรักษาที่มีประสิทธิภาพลดลง】
หลินเย่จ้องข้อความนั้น นิ้วมือกำแน่นบนราวเตียง
บนป้ายหัวเตียงยังเขียนว่า "บาดเจ็บเพราะเมาล้ม"
ถาดข้างๆ มีอ้วกที่เพิ่งถูกกวาดออกมา ไฟฉายยังกดอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของหลินเย่
รูม่านตาข้างขวาตอบสนองช้า มีแผลบาดเจ็บที่ท้ายทอย ปลุกเท่าไรก็ไม่รู้สึกตัว
ถ้าหากบันทึกอาการเหล่านี้ช้าไปสักนิด หลิวเผิงอาจถูกวินิจฉัยว่าเมาค้างและให้พักสังเกตการณ์
"หลินเย่"
ซุนจื้อเฉียงเรียก
หลินเย่ได้สติ
ซุนจื้อเฉียงยื่นแฟ้มบันทึกอาการของหลิวเผิงมาให้ "เขียนขั้นตอนการตรวจพบให้ละเอียด บาดแผลหลังเมา การรับรู้ผิดปกติ รูม่านตาผิดปกติ แนะนำให้ทำซีทีสมองฉุกเฉิน อย่าเขียนสิ่งอื่น"
น้ำเสียงยังแข็งกร้าว แต่ท่วงท่ายื่นแฟ้มนั้นเบามือกว่าคืนก่อน
หลินเย่รับมา "ครับ"
ผ่านไปสิบนาที ผอ.หลัวเจี้ยนผิงจากศัลยกรรมประสาทก็มาถึง
เขาดูเด็กกว่าโจวหมิงหย่วน แต่ผมเผ้ายุ่งเหยิงกว่าเสียอีก เสื้อกาวน์สวมทับชุดนอน เท้ายังใส่รองเท้าแตะสำหรับอยู่เวรของโรงพยาบาล ประโยคแรกที่รอดออกมาคือ "ใครเข็นคนไข้เมาเข้าซีทีทันที?"
ในห้องฉุกเฉินเงียบกริบชั่วขณะ
ซุนจื้อเฉียงชี้ไปที่หลินเย่
หลัวเจี้ยนผิงมองมาที่เขา "นาย?"
หลินเย่พยักหน้า "ผู้ป่วยมีบาดแผลที่ท้ายทอย อาเจียน รู้ตัวลดลง รูม่านตาตอบสนองไม่เท่ากัน"
หลัวเจี้ยนผิงจ้องเขาสองวินาที "โชคดีนะ"
ฟังดูทิ่มแทง
หลินเย่ยังไม่ได้พูดอะไร พยาบาลจ้าวเสริมขึ้น "ผอ.หลัวคะ โชคดีก็ต้องมีคนเข็นเข้าซีทีก่อนนะคะ"
หลัวเจี้ยนผิงมองเธอหนึ่งที ไม่เถียงต่อ หันไปดูฟิล์ม
ดูฟิล์มแค่ครึ่งนาที สีหน้าเขาก็เครียด
"เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมอง ต้องผ่าตัด ญาติมาหรือยัง?"
"กำลังมา" ซุนจื้อเฉียงว่า
"ให้เพื่อนติดต่อก่อน อัดเทปบันทึกเสียง แจ้งอาการคนไข้ให้เป็นหลักฐาน" หลัวเจี้ยนผิงพูดจบก็ชี้ไปที่เพื่อนสองคน "พวกนาย อย่ายืนบื้อ โทรศัพท์เดี๋ยวนี้"
เพื่อนทั้งสองผงกหัวรัวๆ
ตอนที่หลิวเผิงถูกเข็นไปห้องผ่าตัดศัลยกรรมประสาทนั้น การประชุมส่งเวรเพิ่งเลิกได้ไม่นาน
ฉินไห่ ผอ.ห้องฉุกเฉิน ได้ยินเสียงวุ่นวายจากห้องกู้ชีพ เลยวกกลับมาจากห้องทำงาน
ในมือยังถือถ้วยน้ำเต้าหู้ที่ยังไม่ได้ดื่ม เสื้อคลุมพาดอยู่บนแขน พอเข้าประตูมาก็เห็นผ้าก๊อซเต็มพื้นหน้าห้องกู้ชีพ และถังออกซิเจนสำหรับเคลื่อนย้ายที่ยังไม่ได้เก็บ
"มีเรื่องอะไรอีก?"
พยาบาลจ้าวตอบเสียงเบา "บาดเจ็บเพราะเมาล้มค่ะ เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมอง"
หนังตาฉินไห่กระตุก "ใครเป็นคนตรวจพบ?"
พยาบาลจ้าวไม่ตอบ ได้แต่มองไปทางหลินเย่
ฉินไห่มองตามสายตาเธอ
หลินเย่เพิ่งเขียนบันทึกความก้าวหน้าของอาการเสร็จ ยังไม่ทันปิดฝาปากกา
มีคนในห้องทำงานสูดลมหายใจเบาๆ
ข้างแฟ้มบันทึกอาการยังมีสำเนาใบขอทำซีทีเอหลอดเลือดแดงใหญ่เมื่อคืนกดทับอยู่
ฉีกชั้นหลอดเลือดตอนเช้ามืด เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองตอนรุ่งเช้า
กระดาษสองแผ่นวางอยู่ด้วยกัน ในห้องทำงานไม่มีใครกล้าพูดคำว่า "โรคธรรมดา" อีก
ฉินไห่วางน้ำเต้าหู้ไว้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล เดินมาหยุดตรงหน้าหลินเย่
"เมื่อคืนนอนบ้างไหม?"
หลินเย่ส่ายหน้า "ยังครับ"
"อย่าบอกนะว่าที่นายช่วยคนป่วยอาการหนักได้สองรายในคืนเดียว ใช้แค่ความรู้สึก"
หลินเย่นิ่งไปหนึ่งวินาที "ใช้สัญญาณชีพครับ"
ฉินไห่มองเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาหยิบบันทึกอาการของหลิวเผิงขึ้นมา เปิดไปที่หน้าการตรวจร่างกาย รูม่านตาทั้งสองข้าง ตำแหน่งบาดแผล จำนวนครั้งที่อาเจียน คะแนนความรู้สึกตัว ถูกบันทึกไว้หมด
สีหน้าฉินไห่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"ลายมือแย่ แต่เนื้อหาใช้ได้"
พยาบาลจ้าวอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ฉินไห่หันไปบอกซุนจื้อเฉียงอีก "สองเคสนี้ อีกแป๊บแยกออกมาสอนต่างหากด้วย อีกอย่าง ใครปล่อยข่าวเรื่องซีทีเอเมื่อคืนกับซีทีวันนี้ หุบปากซะ ฝ่ายเวชปฏิบัติชอบฟังเรื่องสนุกแบบนี้ที่สุด"
สิ้นเสียง โทรศัพท์ในห้องทำงานดังขึ้น
ฉินไห่รับสาย ฟังแค่สองประโยค สีหน้าก็ไม่ค่อยดี
"รองผอ.หลิว เช้าขนาดนี้เชียว?"
ปลายสายไม่รู้พูดอะไรบ้าง
ฉินไห่เหลือบมองหลินเย่
"ครับ มีแพทย์ประจำบ้านฝึกหัดคนหนึ่ง เมื่อคืนเคสฉีกชั้นหลอดเลือดแดงใหญ่ก็เขาเป็นคนพูดถึงก่อน"
ฝาปากกาในมือหลินเย่หล่นลงบนโต๊ะดังแก๊ก
ฉินไห่เงียบไป ฟังต่ออีกครึ่งนาทีแล้ววางสาย
เขาค่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ นวดหว่างคิ้ว
"หลินเย่"
"ครับ ผอ."
"ยินดีด้วย" ฉินไห่กล่าว "ฝ่ายเวชปฏิบัติเริ่มรู้จักนายแล้ว"
หลินเย่ไม่รับมุกตลกนี้
เขาก้มลงมองเสื้อกาวน์ของตัวเอง ตรงข้อมือยังมีรอยเปื้อนจากการกระเซ็นตอนหลิวเผิงอาเจียน กลิ่นของห้องฉุกเฉินคละคลุ้ง กลิ่นเหล้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ กลิ่นเหงื่อ ติดหนึบอยู่บนเนื้อผ้า ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้ากับคำว่า "ยินดีด้วย"
ฉินไห่ผลักถ้วยน้ำเต้าหู้ที่ยังไม่ได้ดื่มไปด้านข้าง "อย่ายืนบื้อ ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น สิบนาทีเอาไทม์ไลน์ของสองเคสมาให้"
"เขียนตอนนี้เลยเหรอครับ?"
"ตอนที่นายยังจำได้แม่น" ฉินไห่พูด "ตอนฝ่ายเวชปฏิบัติถามนาย พวกเขาไม่ถามหรอกว่าตอนที่นายช่วยคนมันเร่งด่วนแค่ไหน ถามแต่ว่านายตรวจพบตอนกี่โมง รายงานตอนไหน ใครอยู่ด้วย ใครเซ็น"
หลินเย่พยักหน้า หันไปที่อ่างน้ำ
ตอนที่น้ำเย็นราดหน้า เขาถึงพบว่ามือตัวเองสั่นมาตลอด