รอยยิ้มแสยะบนใบหน้าของปู่ก่อนปิดโลงนั้น พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาเห็นเพียงรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าปู่แค่สองวันแรกเท่านั้น
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหากอาจารย์ผู้ทำพิธีต้องดิ้นรนอยู่ในน้ำ ใบหน้าของเขาควรจะบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ไม่ใช่ยิ้มอย่างสงบเช่นนั้น
ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ฉันก็เอาแต่สวดภาวนาอยู่ในใจ ขออย่าให้ใบหน้าของอาจารย์ผู้ทำพิธีมีรอยยิ้มเลย
เขาตายอยู่ในหลุมศพของปู่ฉัน มันยากที่จะไม่ให้คนคิดโยงใยไปต่าง ๆ นานา แล้วถ้าหากเขายังมีรอยยิ้มแบบเดียวกับบนใบหน้าปู่ฉันด้วยล่ะก็…
ฉันไม่กล้าคิดต่อไปอีกแล้ว สมองตื้อไปหมดเหมือนก้อนแป้งเปียก แม้แต่ว่าตัวเองขึ้นมาบนภูเขาได้อย่างไรยังจำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็มาถึงหลุมศพปู่แล้ว เห็นศพของอาจารย์ผู้ทำพิธีนอนอยู่ข้างหลุม มีคนยืนอยู่หัวและท้ายศพ พวกนั้นมองมาด้วยสีหน้าร้อนรนกระวนกระวาย
เมื่อเห็นพวกเรามาถึง สีหน้าพวกเขาก็โล่งอกอย่างเห็นได้ชัด แต่พอฉันเห็นสีหน้าของอาจารย์ผู้ทำพิธี ลมหายใจกลับติดขัดราวกับจะหายใจไม่ออก หน้าอกเหมือนถูกต่อยอย่างแรงจนเซถอยหลัง และสุดท้ายก็ทรุดลงนั่งก้นกระแทกพื้น
ผู้ใหญ่บ้านตะโกนเรียก 'ไอ้เฒ่าเฉิน' อย่างไม่เชื่อสายตา สุดท้ายก็ทรุดนั่งลงกับพื้นเหมือนฉัน ล้วงกล้องยาสูบออกมา ดูดทีละอึก ๆ อึกต่ออึก
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เขาถึงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง บอกกับคนพวกนั้นว่า ยกศพกลับไปเถอะ ถ้ามีใครถาม ก็บอกว่าเป็นโรคหัวใจ จำได้ไหม?
ชายฉกรรจ์ทั้งหลายสบตากัน แล้วมองมาที่ฉันก่อนจะพยักหน้า ฉันรู้ว่าที่พวกเขายอมปิดปากเงียบ ส่วนหนึ่งก็เพราะอำนาจของผู้ใหญ่บ้าน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือกลัวปู่ของฉัน
ฉันมึนงงเดินตามพวกเขาลงจากภูเขา กลับถึงหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ให้พวกเขาไปจัดตั้งศพที่บ้านของอาจารย์ผู้ทำพิธี ส่วนเขาพาฉันเดินไปที่บ้านของฉัน
ตอนใกล้ถึงบ้าน ทั้งฉันและผู้ใหญ่บ้านต่างได้ยินเสียงอู้อี้หนักแน่นดังมาจากในลานบ้าน เราสบตากัน เห็นความตื่นตระหนกในแววตาของอีกฝ่าย -- พวกเราจำเสียงนี้ได้ดี มันคือเสียงทุบโลงเท่านั้นที่ทำได้!
ตะเกียงที่ปลายเท้าดับอีกแล้วหรือ?
ถึงจะกลัว แต่ฉันกับผู้ใหญ่บ้านก็รีบวิ่งเข้าไปในลานบ้าน แล้วก็พบกับภาพที่ทำให้อึ้งจนพูดไม่ออก -- ชายชาวนาร่างหลังค่อมคนหนึ่งกำลังถือขวานงัดฝาโลงปู่ของฉัน!
ก่อนที่ฉันจะระเบิดอารมณ์โกรธ ผู้ใหญ่บ้านก็เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้ามือของชาวนาคนนั้นไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเกือบจะร้องไห้ว่า คุณหวัง ในที่สุดคุณก็มา ถ้าคุณไม่มา ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว!
ฉันไม่รู้จักคนนี้ และก็ไม่รู้ว่าทำไมผู้ใหญ่บ้านถึงเคารพเขาเพียงนั้น รู้แค่ว่าเขามางัดโลงศพปู่ของฉัน ก็ถือว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต
คุณหวังโบกมือพร้อมถอนหายใจ ก่อนถามว่า เฉินกูจื่อล่ะ?
เฉินกูจื่อคือชื่อของอาจารย์ผู้ทำพิธี ฉันมาได้ยินหลังจากนั้น
ผู้ใหญ่บ้านได้ฟัง ก็มองมาที่ฉัน ก่อนลดเสียงลงต่ำบอกคุณหวังว่า เขา… เขาเกิดเรื่องแล้ว
ฉันเห็นคุณหวังชะงักไปวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด แล้วถามผู้ใหญ่บ้านว่า จมน้ำตายหรือ?
ฟังคำนี้ ทั้งฉันและผู้ใหญ่บ้านก็ชะงักไป
เรื่องอาจารย์ผู้ทำพิธี มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ เขาที่เป็นคนต่างถิ่นรู้ได้อย่างไร?
เห็นเรานิ่งเงียบ คุณหวังก็ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนรำพึงรำพันกับตัวเองว่า ยังไงก็มาสายไปแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านถามเขาว่า ไม่ใช่ไอ้เฒ่าเฉินไปเชิญคุณที่ในอำเภอหรือ? ทำไมพวกคุณไม่กลับมาด้วยกัน?
ฉันเข้าใจความหมายของผู้ใหญ่บ้าน ถ้าพวกเขากลับมาด้วยกัน อาจารย์ผู้ทำพิธีก็คงไม่เกิดเรื่อง
คุณหวังฟังคำนี้ก็แข็งทื่อไปทันที ย้อนถามผู้ใหญ่บ้านว่า เขามาหาฉันตั้งแต่เมื่อไร? ฉันไม่เคยเห็นเขาเลย!
ตูม!
สมองฉันเหมือนถูกฟ้าผ่า ระเบิดกระจายสับสนไปหมด
ทั้งฉันและผู้ใหญ่บ้านคิดว่าคุณหวังถูกอาจารย์ผู้ทำพิธีเชิญมา แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเขาไม่เคยเห็นอาจารย์ผู้ทำพิธีด้วยซ้ำ!
ต้องรู้ว่าในหมู่บ้านเราไม่มีสัญญาณมือถือเลย มีแต่โทรศัพท์บ้านของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่ติดต่อกับโลกภายนอก แต่ผู้ใหญ่บ้านยืนยันหนักแน่นว่า อาจารย์ผู้ทำพิธีไม่ได้โทรออกแม้แต่ครั้งเดียว!
ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณหวังมาที่หมู่บ้านเราทำไม? แถมยังตรงเวลาพอดีเช่นนี้?
คุณหวังถอนหายใจแล้วบอกว่า ปู่ของแกบอกให้ข้ามา
ตูม!
เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องอีกครั้ง สมองฉันว่างเปล่าไปหมด
ปู่ฉันตายไปหลายวันแล้ว เขาจะไปตามคุณหวังในอำเภอให้มาได้อย่างไร? หรือว่าเมื่อคืนที่ฉันเห็น ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นปู่ของฉันคลานออกจากโลงจริง ๆ แล้วเดินตรงดิ่งไปถึงในอำเภอเพื่อแจ้งข่าวคุณหวัง?
แค่คิดถึงภาพใบหน้าซีดเซียวพร้อมรอยยิ้มหลอนนั้นของปู่ ที่กำลังก้มหน้าก้าวเดินไปตามทางมืด ๆ หนังศีรษะของฉันก็ชาไปหมด
คุณหวังบอกว่า หกวันก่อน ปู่ของแกมาหาฉันที่ในอำเภอ ให้ฉันมาที่หมู่บ้านพวกแกในอีกเจ็ดวัน บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา ฉันคิดว่าจะมาก่อนหนึ่งวัน ก็ยังสายอยู่ดี
หกวันก่อน ไม่ใช่หนึ่งวันก่อนที่ปู่ฉันตายหรือ? เขาไปหาคุณหวังทำไม? หรือว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะตาย? และรู้ว่าหลังจากตายไปจะมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น?
คุณหวังพูดจบโดยไม่สนใจความตกตะลึงของพวกเรา คว้าขวานขึ้นมา เตรียมจะงัดโลงต่อ
ฉันกำลังจะเข้าไปห้าม ก็ได้ยินเสียงเขาส่งเสียงเหอะในลำคอ ก่อนพูดกับฉันว่า แกยังอยากจะนอนบนโลงต่อไปอีกไหม?
คำพูดนี้ระเบิดในสมองฉันจนเวียนหัวตาลาย ฉันรีบมองไปที่ผู้ใหญ่บ้าน แต่ยังไม่ทันอ้าปาก เขาก็พูดขึ้นก่อนว่า เรื่องนี้ก็มีแค่แกกับฉันรู้ ฉันไม่เคยบอกใคร
แต่ถ้าไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านพูด แล้วชาวนาคนนี้รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
คุณหวังไม่สนใจคำถามของฉัน ใช้ขวานกับชะแลงงัดตะปูบนฝาโลงออกมาหมดอย่างง่ายดายภายในพริบตาเดียว ท่าทางสบาย ๆ เหมือนกับว่าตะปูพวกนั้นตอกอยู่ในทรายอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อถอนตะปูหมดแล้ว เขาดึงผู้ใหญ่บ้านถอยออกมา แล้วพูดกับฉันว่า เปิดโลง
ปู่ฉันขึ้นภูเขามาแล้วก็ลงไปอีกแล้ว ยุ่งยากพออยู่แล้ว ยังจะให้เปิดโลงใหม่? -- ตั้งแต่โบราณมา มีแต่คนที่ถูกเฆี่ยนศพเท่านั้นที่จะถูกเปิดโลงขึ้นใหม่ ฉันจะยอมให้เปิดโลงปู่ของฉันได้อย่างไร? มันเป็นการไม่เคารพบรรพบุรุษอย่างร้ายแรง
ก่อนหน้านี้เขาเร็วดึงตะปู ฉันไม่ทันได้ห้าม แต่ตอนนี้จะยอมให้เขาเปิดโลงเด็ดขาด
คุณหวังส่งเสียงเหอะอีกครั้ง พูดว่า ถ้าไม่อยากให้หมู่บ้านพวกแกตายกันอีก ก็รีบเปิดโลงซะ
ฉันฟังไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนี้ ผู้ใหญ่บ้านก็เช่นกัน มองเขาด้วยสายตาละห้อย รอคำอธิบาย
คุณหวังบอกว่า หลังจากคุณลุงโย่วขึ้นภูเขาไปแล้ว ไอ้โง่เฉินกูจื่อนั่นให้คนขุดหลุมด้านหน้าและด้านหลังเก้าหลุม ถ้าฉันเดาไม่ผิด เขาต้องตายในบ่อแรกแน่ ๆ มันหมายความว่าอะไร แกรู้ไหม?
เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า เขาก็พูดต่อว่า มันหมายความว่าคนขุดหลุมศพทั้งแปดคนนั้น จะต้องตายกันไปทีละคน ๆ!
คนขุดหลุมศพก็คือคนหามโลงนั่นแหละ ฉันรู้ดี พวกเขามีแปดคนพอดี ไม่ขาดไม่เกิน!