คว้าจักรยานออกมา เซียวสือเหยี่ยนก็รีบออกเดินทางทันที
สถานที่สองแห่งนี้อยู่กันคนละทิศ ห่างกันไกลมาก
เซียวสือเหยี่ยนปั่นจักรยานจนแทบจะทำให้ล้อร้อนจนมีควันออกมา
กว่าจะมาถึงสถานที่แห่งที่สองที่จำได้ว่าตู้จิ่นเฉิงเคยมา ก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
การจัดวางแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันเพียงครั้งนี้มีทางเข้าลับอยู่ข้างกำแพง
รอบ ๆ มีวัชพืชขึ้นรก ทั้งยังมีกองหินกองอยู่ตรงมุมกำแพง
แต่สิ่งเหล่านี้ขวางเซียวสือเหยี่ยนไม่ได้ เขาใช้วิธีเดิม
สิบนาทีต่อมา เซียวสือเหยี่ยนก็ขนหีบออกมาได้อีกสิบใบ
“ทองคำแท่งเล็กสองหีบ ทองคำแท่งใหญ่สามหีบ หยก อำพัน และอัญมณีต่าง ๆ อย่างละหีบ ยังมีหนังสือโบราณอีกหีบ ทั้งฉบับหายาก ฉบับชำระ และฉบับมีเพียงเล่มเดียวก็มี สุดท้ายยังมีหีบที่เต็มไปด้วยแบงก์ดำใหญ่สิบหยวนอีกใบ”
แบงก์ดำใหญ่สิบหยวนในหีบที่นี่มีมากกว่าเดิมเสียอีก รวมแล้วตั้งเจ็ดหมื่นหยวน
แค่สมบัติที่ตระกูลตู้ซ่อนไว้เหล่านี้ ก็ทำให้เซียวสือเหยี่ยนได้เงินสดมาถึงหนึ่งแสนสองหมื่นหยวน
เงินสดแค่นี้ ต่อให้เซียวสือเหยี่ยนพยายามใช้สุดชีวิต ก็ไม่มีทางใช้หมดในเวลาอันสั้น
ยุคนี้ซื้อรถยนต์ไม่ได้ ซื้อบ้านที่มีลานไม่ได้ ของชิ้นใหญ่ยังต้องใช้คูปอง ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยมีขายเฉพาะที่ร้านมิตรภาพเท่านั้น แต่ต้องใช้บัตรแลกเงินต่างประเทศจึงจะซื้อได้
ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ต่อให้มีเงิน เซียวสือเหยี่ยนก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าไม่มีที่ให้ใช้เงิน
แต่ไม่นานเซียวสือเหยี่ยนก็หัวเราะพลางด่าตัวเองเบา ๆ “มีเงินแล้วยังคิดว่าไม่มีที่ให้ใช้เนี่ยนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง เก็บไว้ก่อนเถอะ สักวันย่อมมีโอกาสได้ใช้”
