เมื่อได้ยินคำกำชับของ 007 อวิ๋นฝูก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย
แม้อวิ๋นฝูจะซื่อบื้อไปบ้าง แต่ก็รู้ดีว่าในที่ทำงาน การรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานให้อยู่ในระยะพอดี ไม่ใกล้ชิดหรือห่างเหินเกินไปนั้นสำคัญมาก
ใครจะรู้ว่าวันไหนเธออาจมีธุระที่ต้องขอให้เพื่อนร่วมงานในดันเจี้ยนช่วยก็ได้
แต่เมื่อได้เห็น “เพื่อนร่วมงาน” ของตัวเอง เธอก็ยังตกใจอยู่ดี
เหล่าเอ็นพีซีในดันเจี้ยนมารวมตัวกันอยู่ในโถงใหญ่ของคฤหาสน์อันกว้างขวาง ยกเว้นบอสที่กำลังหลับใหล เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ล้วนไม่มีรูปร่างเป็นมนุษย์สักคน
ค้างคาวสีดำสนิทห้อยหัวอยู่ตามคานและโคมระย้า ดวงตากลมโตจ้องมองลงมาเงียบ ๆ จนเต็มไปทั่วทั้งบริเวณ
อวิ๋นฟูลังเลอยู่สองวินาที ก่อนรวบรวมความกล้าแล้วก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย เอ่ยทัก “เพื่อนร่วมงาน” ค้างคาวตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างนุ่มนวลและหยั่งเชิงว่า
“สะ...สวัสดีจ๊ะ?”
สิ้นเสียง ค้างคาวสีดำสนิทตัวนั้นก็ไม่รู้เป็นอะไร ขนสีดำทั่วร่างกลับขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
มันกางปีกพรึ่บ แล้วส่งเสียงแหลมใสปนตื่นเต้น “จี๊—!”
อวิ๋นฝู: “……”
ฟังไม่เข้าใจ
แต่คงกำลังทักทายเธออยู่กระมัง?
อวิ๋นฝูเอียงใบหน้าขาวผ่อง ลองเลียนเสียงอีกฝ่าย แล้วตอบกลับเบา ๆ ว่า “จี๊?”
เพียงเสียงตอบกลับนุ่มนวลใสซื่อดังกล่าว ค้างคาวขี้อายตัวนั้นก็พลันตัวแข็งทื่อ ก่อนร่วงตุ้บลงพื้นจากกลางอากาศ ขาเล็ก ๆ ยังกระตุกเบา ๆ อยู่ตรงนั้น
007: 【……】
พ่อบ้านชราที่กำลังชี้แจงกฎของดันเจี้ยนให้เหล่าค้างคาวฟัง: “……”
เขาหันมามองเด็กสาวข้างค้างคาว “เกิดอะไรขึ้น?”
007ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก: 【เป็นค้างคาวลามกจริง ๆ!】
น้ำเสียงของพ่อบ้านชราไม่ได้เข้มงวดนัก อีกทั้งใบหน้ายังดูใจดีเสียด้วยซ้ำ
แต่เพราะปกติทุกคนคอยเอาอกเอาใจและตามใจอวิ๋นฝูมาตลอด น้ำเสียงที่หนักขึ้นเพียงเล็กน้อยจึงฟังเหมือนกำลังดุเธอ
ดวงตาของอวิ๋นฝูแดงก่ำ น้ำตาใสเอ่อคลอเต็มเบ้าในพริบตา เสียงเล็กนุ่มเจือสะอื้นว่า
“ฉะ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ...จู่ ๆ มันก็ร่วงลงมาเอง”
เมื่อเหล่าค้างคาวรอบข้างเห็นเด็กสาวตาแดงก่ำ ทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจจนแทบจะร้องไห้ ก็พลันส่งเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที
เสียงจี๊ด ๆ ดังระงมไปทั่วโถงใหญ่ ราวกับพากันประท้วงแทนเธอและรุมตำหนิพ่อบ้านชรา
พ่อบ้านชราปวดหัวแทบแย่เพราะเหล่าค้างคาวที่คอยปกป้องพวกเดียวกัน เขามองเด็กสาวตัวน้อยที่ทั้งนุ่มนิ่มและไร้เดียงสา ก่อนจะยอมถอยให้
“เอาละ ๆ เข้าใจแล้ว พวกเจ้าลงไปเตรียมตัวก่อนเถอะ ผู้เล่นกำลังจะเข้าดันเจี้ยนแล้ว”
อวิ๋นฝูรีบพยักหน้า ก่อนถอยออกไปอย่างว่าง่ายเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดทำงานของดันเจี้ยน
เหล่าค้างคาวอยู่ในร่างเดิม จึงไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่บทบาทของเธอคือสาวใช้ประจำคฤหาสน์ จึงจำเป็นต้องสวมชุดสาวใช้เฉพาะ
*
อวิ๋นฝูยืนอยู่หน้ากระจกเต็มตัวในห้อง มองตัวเองในเงาสะท้อน แก้มขาวผ่องค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นทีละน้อย
เธอยกมืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ดึงชายกระโปรงที่สั้นจนแทบคลุมโคนขา พลางพึมพำอย่างลังเลว่า
“007 กระโปรงตัวนี้...สั้นไปหน่อยหรือเปล่าจ๊ะ?”
007 ซึ่งกำลังจัดการภารกิจที่ได้รับมาทีหลังอยู่ พลันเสียสมาธิ แล้วส่งจิตมาปรากฏตรงหน้ากระจก
ชุดสาวใช้สีขาวดำ ท่อนบนดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่ชายกระโปรงด้านล่างกลับสั้นเกินไป แทบจะปิดเนื้อขาไม่มิด
ร่างของเด็กสาวไม่ได้ผอมบาง หากกลับอวบอิ่มนุ่มนิ่ม
เรียวขาขาวอวบถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีขาวบางเบา เนื้อเต็ม ๆ ถูกถุงน่องรัดจนเห็นส่วนโค้งเว้าอ่อนนุ่มจาง ๆ
เพียงก้มตัวลงเล็กน้อย ก็อาจเผยให้เห็นภาพที่ไม่ควรเห็น
ทว่าอวิ๋นฝูกลับยังไร้เดียงสา ไม่รู้ถึงอันตราย เธอเขินอายจนเขย่งปลายเท้า ขยับถูไถเรียวขาเบา ๆ พลางดึงชายกระโปรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามปกปิดให้มิดชิดยิ่งขึ้น
007มองแล้วหัวใจพลันกระตุก ความร้อนรุ่มก่อตัวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ จนอดปรากฏกายตรงหน้าอวิ๋นฝูไม่ได้ น้ำเสียงเร่งร้อนว่า
【ไม่ได้! สั้นเกินไปแล้ว! ฉันจะพาเธอไปหาพ่อบ้านชราเพื่อเปลี่ยนชุด!】
แค่มองอวิ๋นฝูในสภาพนี้ 007 ยังรู้สึกร้อนรุ่มใจอย่างประหลาด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบอสในดันเจี้ยนกับเหล่าผู้เล่นพวกนั้น!
ถ้าถูกผู้ชายเฮงซวยพวกนั้นจับตัวได้ขึ้นมา ไม่แน่ว่าพวกมันอาจขังอวิ๋นฝูไว้ในดันเจี้ยนอีก หรือไม่ก็พาเธอออกไปกักขังไว้ข้างกายอย่างไม่ยินยอม
อวิ๋นฝูรีบคว้าตัวเด็กหนุ่มผมทองที่กำลังโมโหจนแก้มป่องและจะออกไปข้างนอกไว้ แล้วส่ายหน้าออดอ้อน “ไม่ต้องหรอกจ้ะ เปลี่ยนเสื้อผ้ายุ่งยากจะตาย”
อีกอย่าง ชุดทำงานของเอ็นพีซีแต่ละคนในดันเจี้ยนถูกกำหนดไว้ตายตัว หากบอสไม่อนุญาตก็เปลี่ยนไม่ได้
แต่บอสของดันเจี้ยนนี้หลับใหลอยู่ตลอด จะให้ปลุกบอสที่กำลังหลับเพียงเพื่อเปลี่ยนชุดได้อย่างไร?
007เกลี้ยกล่อมเธอไม่สำเร็จ จึงได้แต่กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า: 【ถ้าอย่างนั้นต้องเชื่อฟังนะ ห้ามก้มตัว ห้ามโน้มตัวลงไป ต้องดูแลตัวเองให้ดี เข้าใจไหม?】
“อื้อ ๆ” อวิ๋นฝูพยักหน้าอย่างว่าง่าย มือเล็กยังคงดึงชายกระโปรงอย่างไม่ยอมแพ้
สั้นจริง ๆ ด้วย...น่าอายชะมัด!
จู่ ๆ เสียงกระดิ่งทองแดงใสกังวานก็ดังมาจากเหนือเพดานโค้งภายในคฤหาสน์ เสียงก้องซ้อนกันเป็นระลอก ดังกระหึ่มไปทั่วคฤหาสน์กุหลาบ
อวิ๋นฝูเงยหน้ามองไปทางประตู แววตาพลันจริงจังขึ้น
เกมเริ่มแล้ว
*
เมื่อเสียงกระดิ่งดังขึ้น เงาร่างผู้เล่นสี่คนก็ปรากฏขึ้นกลางโถงโอ่อ่าเก่าแก่ของคฤหาสน์ ก่อนร่วงลงสู่พื้นอย่างกะทันหัน
สิงหรงยืนอยู่ท้ายแถว แววตาสงบนิ่งแต่คมกริบ เขากวาดมองผู้เล่นอีกสามคนข้างกายอย่างเงียบเชียบ
ในเกมสยองขวัญมีทั้งผู้เล่นเดี่ยวอย่างเขา และทีมกิลด์
ทั้งสามคนตรงหน้าประสานงานกันได้อย่างเข้าขา เห็นชัดว่าเป็นสมาชิกกิลด์ชั้นยอด
ชายที่ยืนหัวแถวสวมแว่นกรอบทอง บุคลิกอ่อนโยน มุมปากประดับรอยยิ้มละมุน เขาคือเซียวเหยา หัวหน้ากิลด์เฉาเซิง
ไม่นานสิงหรงก็เบนสายตากลับมา
ดูท่าข่าวลือที่ว่าดันเจี้ยนนี้มีไอเท็มระดับหายากอยู่คงเป็นความจริง
ก่อนหน้านี้เขาเห็นเฉินซือเหนียน ผู้มีคะแนนติดสิบอันดับแรกของตารางผู้เล่น ประกาศค่าหัวมหาศาลในเว็บบอร์ด ยอมทุ่มเหรียญวิญญาณหลายหมื่นเพื่อตามหาไอเท็มลึกลับชิ้นหนึ่ง
สิงหรงไม่ได้อ่านอย่างละเอียดว่าอีกฝ่ายกำลังตามหาอะไร
แต่ของที่แม้แต่ผู้เล่นระดับสูงอย่างเฉินซือเหนียนยังต้องแย่งชิง จะเป็นอะไรไปได้ นอกจากไอเท็มระดับตำนาน?
เขาจึงดักข่าวของเฉินซือเหนียนกลางทาง แล้วชิงเข้าดันเจี้ยนแห่งนี้ก่อนอีกฝ่าย
เดิมทีเขายังกังวลว่าการดักชิงโอกาสกลางทางอาจทำให้กลับมือเปล่า แต่ตอนนี้ดูแล้ว ไม่ใช่แค่เฉินซือเหนียนเท่านั้น แม้แต่เซียวเหยาก็อยู่ที่นี่ด้วย
ดูท่าดันเจี้ยนนี้จะมีไอเท็มระดับตำนานอยู่จริง
สีหน้าของสิงหรงเผยความมั่นใจว่าจะต้องได้มันมาครอง
ไอเท็มชิ้นนี้ เขาต้องเอามาให้ได้!
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คฤหาสน์กุหลาบ”
น้ำเสียงหวานใสนุ่มละมุน ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนช่องหูคันยุบยิบ
สิงหรงขนลุกซู่ นึกว่าเป็นกลลวงของเหล่าภูตผีในเกม จึงยกระดับการระวังตัวขึ้นจนถึงขีดสุดทันที
แต่ในวินาทีถัดมา เขากลับเห็นเซียวเหยาที่ปกติสุขุมเยือกเย็นยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่ข้างกาย สายตาจับจ้องไปยังบันไดอย่างไม่ยอมละ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความหลงใหลและตื่นเต้น พึมพำกับตัวเองว่า
“ในที่สุด...ในที่สุดก็ได้พบแล้ว...”
ในที่สุด? ได้พบอะไร?
สิงหรงมองตามสายตาร้อนแรงของเซียวเหยาไปโดยไม่รู้ตัว
บันไดของคฤหาสน์ทอดลงอย่างสมมาตรทั้งสองฝั่ง ก่อนมาบรรจบกันตรงกลาง
ท่ามกลางแสงเงาที่สลับซ้อน ร่างเล็กบอบบางของเด็กสาวค่อย ๆ ปรากฏตรงกลางบันได
ชุดสาวใช้สีขาวดำขับผิวของเธอให้ขาวราวหิมะ คิ้วตาประณีตหมดจด ดวงตาสีอำพันใสกระจ่าง แก้มแต้มสีแดงระเรื่อจาง ๆ
ดูเหมือนเธอจะประหม่าเล็กน้อย จึงดึงชายกระโปรงเบา ๆ ก้มหน้าลงนิดหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงแผ่วอย่างว่าง่ายว่า
“ฉะ...ฉันชื่ออวิ๋นฝู ต่อจากนี้ระหว่างที่ทุกท่านเล่นเกม ฉันจะเป็นผู้คอยรับใช้ทุกท่านค่ะ”
