คืนนั้น ระหว่างทางกลับบ้าน จู่เพ่ยหลินถูกใครบางคนหักนิ้วอย่างแรง ที่แปลกที่สุดคือเธอยังไม่ทันเห็นหน้าของอีกฝ่ายให้ชัด คนคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว
เมื่อแจ้งตำรวจและตำรวจมาถึง พวกเขาก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย
บริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดก็จริง แต่ถนนเส้นนั้นไม่มีทางแยก และทั้งสองฝั่งของจุดเกิดเหตุก็มีกล้องวงจรปิดอยู่ไม่ไกล ภาพจากกล้องในช่วงเวลานั้นไม่พบใครอื่นนอกจากจู่เพ่ยหลิน
แม้จู่เพ่ยหลินจะยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีคนหักนิ้วเธอจริง ๆ ทั้งยังบอกคนที่เธอสงสัยออกมา นั่นก็คือซูเหมียว
แต่เมื่อมีภาพวิดีโอเป็นหลักฐาน ตำรวจจึงไม่เชื่อเธอ และคิดว่าเธอแค่ต้องการใส่ร้ายคนอื่น
ไม่เพียงเท่านั้น คืนนั้นบ้านของจู่เพ่ยหลินยังถูกขโมยขึ้นอีกด้วย
โจรคนนั้นแปลกมาก ไม่ขโมยอะไรไปเลยสักอย่าง ทำเพียงหักหัวตุ๊กตาอุลตร้าแมนในบ้านของเธอออกจนหมด
.
ค่ำคืนมาเยือน แสงไฟหลากสีสันส่องสว่างท่ามกลางราตรีอันมืดมิด
หน้าผับ W มีรถหรูจอดเรียงรายเต็มไปหมด
ภายในผับมีแสงไฟพร่าเลือน ผู้คนเต้นรำอย่างเร่าร้อน เหล่าบริกรถือถาดเครื่องดื่มเดินขวักไขว่ไปมา
บนโซฟามุมหนึ่ง หมู่เฉิงเอนกายพิงพนักอย่างไร้ทรง แก้วเหล้าห้อยอยู่ในมือ ปอยผมหน้าม้าที่ไว้ยาวเล็กน้อยบดบังดวงตาไปครึ่งหนึ่ง
เขาแต่งตัวสบาย ๆ คอยังคงสวมสร้อยหลายเส้น ที่สะดุดตาที่สุดย่อมเป็นห่วงกระดูกอ่อนหูหินออบซิเดียนของเขา แม้อยู่ใต้แสงไฟสลัวเช่นนี้ก็ยังเปล่งประกาย
“หมู่เฉิง ทำไมเราต้องมาดื่มกันที่โถงใหญ่ด้วย ขึ้นไปข้างบนไม่ดีกว่าเหรอ” เหวินฉะวางเท้าข้างหนึ่งไว้บนขอบโต๊ะ มือแกว่งเหล้าในแก้วไปมา
