สายตาของเซี่ยเฉินติดตามร่างในชุดแดง มือทั้งสองล้วงกระเป๋า สูทที่ตัดเย็บพอดีตัวขับเน้นรูปร่างเพรียวกระชับของเขา
“มือข้างนั้นขัดตาใช่ไหม” เบลดดี้เดินมายืนข้างเขา กดเสียงต่ำ “คืนนี้ให้ข้าไปตัดมือข้างนั้นทิ้งดีหรือไม่”
น้ำเสียงไม่เป็นมิตร
เซี่ยเฉินไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา ทั้งไม่สนใจตอบ ในใจและสายตาล้วนมีแต่ซูเหมียว
“เจ้ายังไม่เคยเต้นรำกับซูเหมียวต่อหน้าคนอื่นเลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไร” เบลดดี้ยังไม่ยอมแพ้ พูดยุยงต่อ “คนที่ไม่รู้จักมาก่อนได้ก่อนแบบเขา ตัดมือทิ้งยังถือว่าถูกไปด้วยซ้ำ”
เห็นชัดว่าเขารู้จักซูเหมียวก่อน แล้วไอ้หนุ่มนั่นมีสิทธิ์อะไรมาเป็นพี่ชายของซูเหมียว
เขาไม่ยอมรับ
“นั่นสิ ไอ้หนุ่มผมทองแบบนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี นายท่านเซี่ยต้องไม่ปล่อยเขาไปเด็ดขาด” กู้ซือหมิงมายืนอีกข้างของเซี่ยเฉิน
น้ำเสียงยิ่งไม่เป็นมิตร
“แค่เต้นรำเท่านั้น เขาจะเข้าไปชิดขนาดนั้นทำไม มือข้างนั้นจะประคองคุณซูไว้ทำไม”
“ไม่ประคองแล้วเต้นไม่ได้หรือ”
“เขารู้จักคำว่าสุภาพบุรุษบ้างไหม”
ภายนอกยังพอทำตัวเคร่งขรึมได้ แต่ในใจกลับเดือดดาลอย่างไร้ทางระบาย
อ๊าก เขาก็อยากเป็นพี่ชายของคุณซูเหมือนกัน ไอ้หนุ่มผมทอง ตายไปซะ!
เบลดดี้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองกู้ซือหมิง กู้ซือหมิงมองตอบ สายตาของทั้งคู่ประสานกันเพียงครู่เดียวก็เข้าใจกันทันที
ไอ้หนุ่มผมทองต้องโดนจัดการ
ต้องโดนจัดการให้ได้
คนที่จะเป็นพี่ชายของซูเหมียวได้ มีเพียงพวกเขาเท่านั้น
เบลดดี้กล่าวว่า “นายท่านตระกูลเซี่ยเคยได้ยินประโยคนี้ไหม ผมทองขี่มอเตอร์ไซค์แต่งซิ่ง แค่เห็นหน้าพ่อตาก็สั่นแล้ว”
