ใบหน้านารีซูแดงก่ำขึ้นมาทันที แต่มือกลับไม่ไวเท่าฟูจิงฮวน
เสื้อคลุมมองโกเลียสีน้ำเงินเข้มค่อย ๆ เลื่อนหล่น เผยให้เห็นท่อนบนกำยำกระชับของหนุ่มน้อยอย่างไม่มีสิ่งใดปกปิด
ไหล่กว้าง แผ่นหลังกว้าง เอวคอด กล้ามเนื้อมีเส้นสายสวยงามลื่นไหล
ฟูจิงฮวนหรี่ตาลงเล็กน้อย หุ่นดีจริง ๆ
ถูกฟูจิงฮวนมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงใจ นารีซูยกมือทั้งสองขึ้นบังตัวอย่างเก้อเขิน ดวงตากลอกไปมาซ้ายขวา ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า
แต่ไม่คิดเลยว่าท่าทีไร้เดียงสาของหนุ่มน้อยจะยิ่งทำให้ฟูจิงฮวนใจเต้นแรง
เธอหยิบขี้ผึ้งออกจากเป้ทันที ปัดมือของนารีซูออก แล้วป้ายยาลงบนบริเวณหน้าอกที่แดงจากการถูกลวก
ความเย็นจาง ๆ ทำให้นารีซูสะท้าน เขาก้มหน้ามองฟูจิงฮวนที่กำลังตั้งใจทายาให้
ผู้หญิงคนนี้สวยเหลือเกิน ต่อให้รวมสาว ๆ ทั้งเขตเลี้ยงสัตว์เข้าด้วยกัน ก็ไม่มีใครสวยเท่าเธอ
นารีซูเก็บงำคำถามอยู่นาน ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นว่า “คนในเมืองพูดกันแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ”
“แบบไหน” ทายาเสร็จแล้ว เมื่อแน่ใจว่าแผลไม่ได้ถูกลวกอย่างรุนแรง ฟูจิงฮวนก็เงยหน้าขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ก็...เรียกคนอื่นว่าที่รักส่ง ๆ น่ะ” เสียงของนารีซูเบาลงกว่าเดิม
ฟูจิงฮวนหัวเราะเบา ๆ แล้วยัดหลอดยาใส่มือเขา
เธอเขย่งปลายเท้า โน้มไปกระซิบข้างหูนารีซูช้า ๆ ว่า “นายก็เป็นเจ้าตัวเล็กที่น่ารักของพี่จริง ๆ นั่นแหละ”
น้ำเสียงแสนหวานชวนเคลิบเคลิ้ม มาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่สาวคนสวย
นารีซูจ้องมองเธอด้วยดวงตาดำขลับราวกับนิล นิ่งงันอยู่นานจนพูดไม่ออกสักคำ
ผู้หญิงคนนี้เป็นปีศาจจิ้งจอกชัด ๆ!
ฟูจิงฮวนไม่ทันสังเกตเลยว่าสายตาของนารีซูเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ แล้ว
เธอใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ ถอยออกมาสองก้าวแล้วพูดส่ง ๆ ว่า “ทายาเสร็จแล้ว ใส่เสื้อผ้าเถอะ ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ”
นารีซูจัดเสื้อคลุมมองโกเลียให้เรียบร้อย เม้มปากแน่นพลางมองฟูจิงฮวนด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงเพื่อนก็ดังมาจากนอกกระโจม “นารีซู! รีบออกมาเร็ว! แข่งม้าเริ่มแล้ว!”
ฟูจิงฮวนหันไปมองนารีซู “แข่งม้าเหรอ”
“อืม วันนี้เขตเลี้ยงสัตว์มีงานแข่งม้า”
เสียงของนารีซูยังแหบพร่าเล็กน้อย เขาขยับเข้ามาใกล้ฟูจิงฮวนสองก้าว “พี่สาวอยากไปกับผมไหม”
ฟูจิงฮวนเสยผมหยิกที่พาดอยู่บนบ่า “แน่นอนสิ พี่ต้องไปดูนายแข่งอยู่แล้ว!”
พอได้ยินเช่นนั้น ในใจนารีซูก็เกิดความคิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุว่า เขาจะต้องคว้าอันดับหนึ่งให้ได้ต่อหน้าเธอ
นารีซูกำแส้ม้าในมือแน่นเงียบ ๆ ก่อนพาฟูจิงฮวนเดินไปยังสนามแข่งม้า
บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ม้าศึกวิ่งทะยาน สาว ๆ มาถึงสนามกันตั้งแต่เช้า ในมือถือผ้าฮาตะสีขาวสะอาด เตรียมมอบให้กับนักขี่ม้าที่ตนหมายปอง
นารีซูเป็นที่นิยมมาก ระหว่างทางมีคนไม่น้อยอยากมอบผ้าฮาตะให้เขา
แต่เขากลับส่ายหน้า ปฏิเสธน้ำใจของสาว ๆ ทีละคน
ฟูจิงฮวนมองจากอัฒจันทร์ไกล ๆ
ทำไมไม่มีใครเอาของมาให้นารีซูเลยนะ
เด็กคนนี้มนุษยสัมพันธ์แย่ขนาดนั้นเชียวหรือ
เธอก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอดเชือกสีแดงที่ผูกข้อมือมานานออก เชือกเส้นนี้เธอซื้อจากแผงลอยเมื่อหลายปีก่อนในราคาแพงลิบลิ่วถึงห้าหยวน จะให้เขาดีไหมนะ
ช่างเถอะ ให้ไปก็แล้วกัน ถือว่าให้กำลังใจเด็กคนหนึ่ง!
ฟูจิงฮวนเดินเข้าไปจับข้อมือนารีซู แล้วพันเชือกสีแดงรอบข้อมือให้ “พี่ไม่มีผ้าฮาตะ แต่เชือกสีแดงเส้นนี้อยู่กับพี่มาหลายปีแล้ว ต่อจากนี้เป็นของนาย ขอให้นายคว้าชัยชนะมาได้”
เชือกสีแดงบนข้อมือโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
ทั้งนารีซูและเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างเบิกตากว้าง
ตามธรรมเนียมของดินแดนชายแดนเหนือ การที่หญิงสาวมอบของให้คนแข่งม้าหมายถึงการแสดงความรักใคร่ หากรับไว้แล้วก็กลับคำไม่ได้
ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติกลับคืนมา ฟูจิงฮวนก็วิ่งจากไปแล้ว
พอกรรมการให้สัญญาณ หนุ่มน้อยก็ทะยานไปข้างหน้าราวกับลม ม้าศึกควบตะบึงอย่างรวดเร็ว
ไม่มีอะไรให้ลุ้น นารีซูคว้าอันดับหนึ่งไปครอง!
หลังการแข่งขัน ในงานเลี้ยงฉลอง เขาถูกห้อมล้อมให้ไปเต้นรำข้างกองไฟ
ฟูจิงฮวนนั่งเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง มองฝูงชนที่มีชีวิตชีวาและคึกคักตรงหน้า พลังหนุ่มสาวอันเปี่ยมล้นของเด็กหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามา
หลังจากตรากตรำทำงานแนวหน้ามาหลายปี การได้ผ่อนคลายอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
งานของหน่วยความมั่นคงคือการเอาชีวิตไปเสี่ยงบนคมมีด เธอเห็นการทรยศหลังจากมอบใจให้คนอื่นมามากเหลือเกิน จึงเตรียมใจไว้นานแล้วว่าจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปจนแก่
แต่หลังจากวันนี้ไป อาจจะไม่แน่แล้วก็ได้...
ฟูจิงฮวนหยิบเหล้านมม้าที่นารีซูวางไว้ข้างมือขึ้นมา เงยหน้าดื่มรวดเดียวจนหมด เหล้ารสเผ็ดร้อนปนกลิ่นหอมของนมไหลผ่านลำคอลงไป
เหล้านี้รสนุ่มลิ้นตอนดื่ม แต่ฤทธิ์กลับพุ่งขึ้นศีรษะอย่างเงียบเชียบ ฟูจิงฮวนสบถในใจว่าเธอประมาทเอง แต่ก็สายเกินไปแล้ว ศีรษะเริ่มมึนงงจนควบคุมไม่ได้
“พี่สาว?” นารีซูเห็นฟูจิงฮวนเอนพิงอยู่ข้างกองไฟตั้งแต่แรก เขารีบเดินเข้าไปย่อตัวลง ตรงหน้าเห็นแก้มของเธอแดงระเรื่อ ดวงตาหยาดเยิ้ม
เขาก้มมองตามมือเธอ แล้วเห็นถุงเหล้าของตัวเองว่างเปล่า “พี่ดื่มเหล้าพวกนี้หมดเลยเหรอ!”
เหล้านมม้าหมักด้วยมือแท้ ๆ มีดีกรีสูงมาก ฟูจิงฮวนเป็นคนแรกที่กล้าดื่มรวดเดียวหมดทั้งถุง
“ฉันดื่มไม่ได้หรือไง คนขี้เหนียว!”
ฟูจิงฮวนพยายามลุกขึ้นเอง แต่กลับพบว่าขาอ่อนปวกเปียก ยืนไม่อยู่เลยสักนิด
นารีซูรีบประคองเธอไว้ก่อนจะล้ม เสียงของเขาอ่อนลง “พี่สาวดื่มมากไปแล้ว ผมจะพากลับไปพักนะ”
ฝ่ามือของเด็กหนุ่มอบอุ่นและแข็งแรง มอบความรู้สึกปลอดภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของทุ่งหญ้า
ฟูจิงฮวนเอนพิงไหล่นารีซูอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาช่วยประคองเธอลุกขึ้น
ทั้งคู่เดินกลับไปตามทางเล็ก ๆ ช้า ๆ ฟูจิงฮวนลืมตามองใบหน้าด้านข้างของนารีซูที่เกร็งแน่น
เธออดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจิ้มแก้มเขา น้ำเสียงอ่อนหวานอ้อยอิ่ง “นารีซู นายเป็นเด็กดีที่แสนใจดีจริง ๆ”
นารีซูปล่อยให้เธอบีบแก้มของตัวเอง ลำคอไล่ไปจนถึงใบหูแดงร้อนผ่าว
ทั้งคู่เหยียบย่างไปบนแสงจันทร์สีขาวนวลเหนือทุ่งหญ้า ก่อนเดินเข้าไปในกระโจม เสียงฝีเท้าสลับกันดังแผ่ว ๆ บนพรม รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองคน
ฟูจิงฮวนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ครอบครัวนายล่ะ ทำไมถึงมีนายเฝ้ากระโจมอยู่คนเดียว”
นารีซูประคองฟูจิงฮวนไว้มั่นคง แล้วตอบตามตรง “พ่อกับแม่ไปตัดหญ้าที่ทุ่งหญ้าไกล ๆ อีกหลายวันกว่าจะกลับครับ ผมเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ช่วงนี้เลยอยู่บ้านช่วยเลี้ยงแกะ”
สอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว งั้นก็เป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ
“อย่างนี้นี่เอง” ฟูจิงฮวนหยุดเดิน ลากเสียงท้ายประโยคยาว ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ที่บ้านไม่มีผู้ใหญ่ นายก็กล้าพาคนแปลกหน้ากลับบ้าน แบบนี้อันตรายมากนะ!”
นารีซูร้อนใจจนรีบโบกมือไปมา พูดภาษาจีนกลางปนภาษามองโกเลียอย่างติดขัดว่า “พี่สาว...เป็นคนดีครับ”
“งั้นเหรอ” ฟูจิงฮวนยิ้มบาง ๆ แล้วเอียงตัว ก่อนกระชากคอเสื้อนารีซูเข้าหาอย่างแข็งกร้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลง ลมหายใจอุ่น ๆ ปัดผ่านใบหูของนารีซู
“งั้นนายช่วยพี่สักเรื่องได้ไหม”
นารีซูตัวแข็งทื่อ จะปล่อยมือที่ประคองฟูจิงฮวนอยู่ก็ไม่กล้า จะขัดขืนการกระทำของเธอก็ไม่กล้า ได้แต่ก้มมองพี่สาวคนสวยที่เตี้ยกว่าเขาครึ่งศีรษะ สอดมือเข้าไปในสาบเสื้อคลุมมองโกเลียของเขา
“พี่สาว พี่เมาแล้ว ผมไปตักน้ำมาให้ดื่มนะครับ”
“อย่าขยับ บอกพี่มาก่อนว่าจะช่วยไหม” ฟูจิงฮวนออกแรงจับแน่นจนเด็กหนุ่มขยับไม่ได้ นิ้วของเธอไล้ขึ้นไปตามสาบเสื้อ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงเหงื่อบาง ๆ บนใบหน้าของนารีซู
