นิ้วของกู้เยี่ยนกำแน่นขึ้นทันที
เขาข่มความโกรธไว้ เสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ
“ฟู่เย่ เรื่องของฉันกับเวินจือ ยังไม่ถึงคราวที่นายจะมาวิจารณ์”
“ฉันก็ขี้เกียจยุ่งเรื่องไร้สาระของพวกนาย”
สีหน้าของฟู่เย่พลันขรึมลง รอยยิ้มที่มุมปากหายไป ดวงตาหรี่ลงฉายแววโกรธจริงจัง
“ฉันแค่อยากถามผู้ช่วยเสนาธิการกู้สักหน่อย
นายพูดอยู่ปากว่าเรายังไม่ได้หย่ากัน สหายเวินจือยังเป็นภรรยาของนาย
แต่ภรรยาของนายอยู่ในห้องที่อากาศร้อนขนาดนี้ กลับไม่มีแม้แต่พัดลมสักตัว
ในฐานะสามี นายไม่รู้สึกสงสารเธอบ้างเลยหรือไง?”
สีหน้าของกู้เยี่ยนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับถูกชกเข้าที่อกเต็มแรง
ฟู่เย่ก้าวเข้ามาประชิด
“ภรรยาของนายร้อนจนนอนไม่หลับ แต่นายกลับไม่ถามไถ่ ไม่สนใจเลยหรือไง?
กู้เยี่ยน นายยังมีหน้าพูดอีกหรือว่าสหายเวินจือเป็นภรรยาของนาย?”
กู้เยี่ยนไม่พูดอะไร
เขาอยากโต้แย้ง
อยากบอกว่าวันนี้เขาจะไปซื้อพัดลมให้ เขาไม่เคยไม่เป็นห่วงเธอเลย เขาแค่...นึกไม่ถึง
แต่คำว่า “นึกไม่ถึง” เบาหวิวเกินไป เบาจนแม้แต่ตัวเขาเองก็พูดไม่ออก
เวินจือแต่งงานกับเขามาสามปี จำนวนครั้งที่เขากลับบ้านนับนิ้วได้
เธอมีพัดลมหรือเปล่า?
ร้อนไหม?
กลางคืนนอนหลับหรือเปล่า?
คำถามเหล่านี้ เขาไม่เคยคิดถึงเลยสักครั้ง
เงินเดือนของเขาส่งกลับบ้านทุกเดือน เขาคิดว่านั่นคือการ “เลี้ยงดูครอบครัว” คือการ “ทำหน้าที่ของตัวเอง”
แต่หลังจากเวินจือจากไป เงินทั้งหมดของเขาก็ถูกส่งคืนให้พ่อแม่
การ “เลี้ยงดูครอบครัว” ของเขาตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเพียงเรื่องที่เขาคิดปลอบใจตัวเองไปฝ่ายเดียว
