“เก็บเงินไว้ใช้ยามแก่เหรอ?”
ลู่สือเซินนึกภาพตัวเองแก่เฒ่าไปพร้อมกับเธอ จนผมหงอกขาวโพลนทั้งสองข้างขมับ มุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ในแผนอนาคตของเธอมีเขาอยู่ด้วย
หยางเหนียนเหนียนพยักหน้าอย่างจริงจัง ทำปากยื่นพลางฮึดฮัด “คุณมีเงินบำนาญ แต่ฉันไม่มีนี่นา ตอนนี้ฉันก็ต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ สิ ไม่อย่างนั้นพอเราแก่ตัวลง ถ้าคุณเกิดทำตัวไม่รู้จักอาย อยากหาภรรยาสาว ๆ แล้วเอาเงินบำนาญไปให้เธอ ไม่เหลือให้ฉันใช้จะทำยังไง? ตอนนี้หาเงินให้มากหน่อย จะได้มีเงินไว้ใช้ตอนแก่”
พอได้ยินคำว่า ‘ทำตัวไม่รู้จักอาย’ มุมปากที่ยกขึ้นของลู่สือเซินก็แข็งค้าง “ถ้าคุณไม่วางใจ ต่อไปเงินบำนาญทั้งหมดให้คุณไปเบิกก็ได้”
ขอแค่ไม่หย่ากัน จะเอาอะไรก็ได้ทั้งนั้น
หยางเหนียนเหนียนคิดในใจว่า พอถึงตอนนั้นเงินก็โอนเข้าบัญชีโดยตรงแล้ว ใครจะไปเบิกเงินบำนาญด้วยตัวเองกันล่ะ?
คำพวกนี้พูดออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดาของลู่สือเซิน เขาคงคิดว่าเธอสติฟั่นเฟือนไปแล้ว
เธอเปลี่ยนเรื่อง “คุณไปดูหน่อยว่าอันอันอาบน้ำเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วก็ปิดประตูห้องโถงใหญ่ เราจะได้นอนกันเร็วหน่อย ฉันง่วงแล้ว”
ก่อนออกจากห้อง ลู่สือเซินยังพูดอย่างจริงจังเป็นพิเศษว่า “เงินบำนาญเป็นของคุณทั้งหมด ผมไม่ค่อยได้ใช้เงิน”
พอเขาออกไป หยางเหนียนเหนียนก็เกือบหัวเราะจนหายใจไม่ทัน ใครจะไปอยากได้บำนาญของเขากันล่ะ?
ลู่สือเซินออกไปได้ไม่นานก็กลับมา ดวงตาลึกล้ำราวจักรวาลอันเวิ้งว้างของเขาจ้องมองมา จนหัวใจดวงน้อยของหยางเหนียนเหนียนเต้นตึกตัก แม้ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันมานานแล้ว แต่พอถูกเขามองแบบนี้ เธอก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่ดี
จู่ ๆ เธอก็เข้าใจคำพูดของน้าสาวในชาติก่อนขึ้นมา
ตอนนั้นแม่ของเธอบอกว่าเลือกคู่ครองต้องดูนิสัย แต่น้าสาวกลับบอกว่า “จะหาคู่ก็ต้องหาคนหล่อ นิสัยดีอาจเสแสร้งทำได้ แต่ความหล่อเป็นของจริง พอมองหน้าหล่อ ๆ นั่นแล้ว เธอก็ใจแข็งเป็นแม่เสือไม่ลงหรอก”
