“อันอัน แม่เลี้ยงของหนูทำงานอยู่ที่ไหนในเมืองเหรอ? ขายเสื้อผ้าหรือเปล่า?”
“พวกเธอเจอรองผู้บังคับกองพันฉินได้ยังไง? เขากับแม่เลี้ยงของหนูรู้จักกันมานานแล้วหรือเปล่า?”
หวังเฟิ่งเจียวที่กำลังไปถางหญ้าในแปลงผักเห็นภาพนี้เข้าพอดี เธอวางจอบลงกับพื้นอย่างแรงจนฝุ่นเหลืองฟุ้งกระจาย
เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พวกเธอนี่ว่างกันนักหรือไง ถึงได้รุมซักไซ้เด็กแบบนี้ อยากรู้อะไรก็ไปบ้านผู้บังคับกองพันลู่กับฉันสิ แล้วค่อย ๆ ถามต่อหน้าเหนียนเหนียนกันให้รู้เรื่อง”
อันอันฉวยโอกาสสะบัดมือที่ภรรยาทหารคนหนึ่งจับอยู่ แล้ววิ่งไปหลบหลังหวังเฟิ่งเจียว
ภรรยาทหารสองสามคนหัวเราะแห้ง ๆ “เฟิ่งเจียว เธอจริงจังอะไรขนาดนั้น พวกฉันก็แค่หยอกเด็กเล่นเอง”
“หยอกเด็กกันแบบนี้เหรอ?”
หวังเฟิ่งเจียวถลึงตามองพวกเธอ “ลากเอาภรรยาผู้บังคับกองพันลู่กับรองผู้บังคับกองพันฉินมาเกี่ยวด้วย พวกเธอนี่ปากพล่อยจริง ๆ กล้าพูดทุกเรื่อง ไม่ห่วงอนาคตสามีตัวเองบ้างหรือไง”
ภรรยาทหารพวกนั้นแค่อยากซุบซิบกันเท่านั้น พอถูกหวังเฟิ่งเจียวพูดเข้า ก็รู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ไม่มีใครกล้าเถียง สีหน้ากระอักกระอ่วนแล้วพากันเดินจากไป
พอทุกคนไปกันหมด หวังเฟิ่งเจียวก็ก้มลงบอกอันอันว่า “อันอัน อย่าเอาเรื่องของเหนียนเหนียนไปพูดกับคนพวกนี้มั่ว ๆ ล่ะ พวกเธอไม่ได้หวังดี เข้าใจไหม?”
อันอันตัวแค่นี้แต่รู้ความเกินวัย พยักหน้าหงึก ๆ “ผมไม่พูดออกไปหรอกครับ ผมกับน้าถึงเป็นครอบครัวเดียวกัน”
หวังเฟิ่งเจียวหัวเราะแล้วตบก้นเขาเบา ๆ “ฉลาดมาก ไปเล่นเถอะ”
