โชคดีที่หยางเหนียนเหนียนว่ายน้ำเก่ง ไม่นานก็ช่วยเด็กชายขึ้นมาจากน้ำได้ พอเธอลากเด็กขึ้นฝั่ง เด็กคนอื่น ๆ ก็เผ่นหนีหายไปหมดแล้ว
เด็กชายที่ถูกช่วยขึ้นมาสำลักน้ำไปไม่น้อย เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะได้สติ จากนั้นก็แหกปากร้องไห้เสียงดังจนหยางเหนียนเหนียนปวดหัว
เธอตีก้นเด็กชายสองทีดังเพี๊ยะ «ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วยังเข้าไปใกล้น้ำอีก ถ้าฉันไม่ผ่านมาเห็น เธอคงได้ไปเจอพญายมแล้ว คราวหน้าจะยังมาเล่นในที่อันตรายแบบนี้อีกไหม?»
«ฮือ ๆ... ไม่มาแล้ว»
เด็กชายขยี้ตา ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจสุด ๆ ราวกับเพิ่งกินยาขมเข้าไปครึ่งชั่ง
หยางเหนียนเหนียนก้มหน้าบิดน้ำออกจากเสื้อ «พอแล้ว ไม่ต้องร้อง รีบกลับบ้านไป ต่อไปอย่ามาเล่นในที่อันตรายแบบนี้อีก»
«อันอัน?» จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงใสกังวานดังมาจากถนนใหญ่
«คุณครูโจว» อันอันหยุดร้อง เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างทางก็รีบวิ่งเข้าไปหา
หยางเหนียนเหนียนเห็นว่าคนรู้จักของเด็กชายมาแล้ว คิดว่าอีกฝ่ายคงพาเขากลับบ้านได้ เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มแนบลำตัวจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน อยู่ในกองทัพที่เคร่งขรึมแบบนี้คงไม่เหมาะ เธอไม่อยากเพิ่งมาถึงก็ถูกคนเอาไปนินทา
หยางเหนียนเหนียนเดินไปหลบหลังเนินสูงที่อยู่ไม่ไกล พอเห็นว่าแถวนั้นไม่มีใคร เธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออก
ในเวลาเดียวกัน ชายร่างสูงสง่ากำยำคนหนึ่งขมวดคิ้ววิ่งออกมาจากค่ายทหาร พอเห็นว่าอันอันไม่เป็นอะไร สีหน้าของเขาจึงผ่อนคลายลง
คิ้วตาของชายหนุ่มคมเข้ม ใบหน้ามีโครงสวยได้รูป ผิวสีน้ำผึ้งทำให้ดูน่าไว้วางใจ เครื่องแบบทหารสีเขียวที่เขาสวมเรียบกริบไร้รอยยับ ต่างจากผู้ชายที่ปล่อยตัวไม่เรียบร้อยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาโจวเสวี่ยลี่ก็ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามทำท่าสงบนิ่ง ก่อนจะชวนชายหนุ่มคุย «ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ อันอันไม่เป็นอะไรแล้ว»
ลู่สือเซินมองไปทางริมน้ำ ที่นี่ไม่มีใครอื่นนอกจากโจวเสวี่ยลี่ เขาจึงกล่าวกับเธอว่า «ขอบคุณ»
โจวเสวี่ยลี่ชะงักไป ก่อนจะเข้าใจว่าลู่สือเซินเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นคนช่วยอันอัน เธอจึงถือโอกาสปล่อยให้เข้าใจผิดต่อ ไม่ได้อธิบายอะไร แถมยังว่ากล่าวเด็กชายในฐานะครูอยู่สองสามประโยค
«ผู้บังคับกองพันลู่ ฉันรู้ว่าคุณยุ่งมาก แต่ก็ละเลยเด็กไม่ได้ ปกติต้องใส่ใจอันอันให้มากกว่านี้นะคะ เล่นอยู่ริมน้ำอันตรายมาก ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ถึงตอนนั้นเสียใจก็ไม่ทันแล้ว»
ลู่สือเซินพยักหน้า เขามองอันอันแวบหนึ่ง เด็กชายก็หดคอด้วยความกลัว กลัวว่าจะถูกดุ อันอันไม่กล้าพูดถึงตอนที่ตกน้ำ และยิ่งไม่กล้าบอกว่าผู้หญิงที่ช่วยเขาขึ้นมาตีก้นเขาด้วย ได้แต่ก้มหน้าเงียบกริบ
ลู่สือเซินไม่ได้ดุลูก น้ำเสียงเรียบเฉย «มานี่ พ่อจะพากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า»
อันอันเห็นว่าลู่สือเซินไม่ได้โมโห จึงถอนหายใจโล่งอก ปล่อยมือโจวเสวี่ยลี่แล้วเดินเข้าไปหา
เห็นทั้งสองกำลังจะไป โจวเสวี่ยลี่ก็รวบรวมความกล้าตะโกนเรียก «ผู้บังคับกองพันลู่ ฉันรู้ว่างานของคุณค่อนข้างพิเศษและยุ่งมาก แต่ความปลอดภัยของอันอันก็สำคัญเหมือนกันค่ะ ปกติวันเสาร์อาทิตย์ฉันก็ไม่ค่อยมีธุระ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ช่วงวันหยุดฉันมาช่วยติวให้อันอันได้นะคะ แบบนี้นอกจากจะช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยดูแลความปลอดภัยให้เขาได้ด้วย»
«ไม่ต้อง» ลู่สือเซินปฏิเสธข้อเสนอของโจวเสวี่ยลี่แทบจะทันทีโดยไม่ลังเล
เมื่อเดินเข้ามาในบ้านพักครอบครัวทหาร อันอันก็รวบรวมความกล้าถาม «พ่อ ทำไมพ่อไม่ให้คุณครูโจวมาติวให้ผมล่ะ?»
«มันดูไม่เหมาะ พ่อจะสอนเอง» ลู่สือเซินสอนลูกอย่างใจเย็น «ริมน้ำอันตราย ถ้าไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยก็อย่าไปแถวนั้น ถ้ามีเวลา พ่อจะสอนว่ายน้ำให้»
หลังหยางเหนียนเหนียนเดินออกมาจากหลังเนินสูง ถนนใหญ่ก็ว่างเปล่าไร้ผู้คน เบื้องหน้าคือค่ายทหาร เธอจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
หน้าประตูค่ายมีทหารยามสองคน ดูอายุยังไม่มาก น่าจะเพิ่งยี่สิบต้น ๆ หยางเหนียนเหนียนหน้าด้านเดินเข้าไปหา «สวัสดีค่ะ ฉันมาหาลู่สือเซิน เป็นภรรยาของเขาค่ะ»
พอพูดออกไป หยางเหนียนเหนียนก็แทบกัดลิ้นตัวเอง คำพูดแบบนี้ฟังแล้วชวนขนลุกจริง ๆ ลิ้นเธอแทบจะพันกันอยู่แล้ว
«อะไรนะ?» ทหารยามนึกว่าตัวเองฟังผิด จึงอดถามซ้ำไม่ได้ «คุณเป็นใครนะครับ?»
คราวนี้หยางเหนียนเหนียนพูดได้คล่องขึ้น «ภรรยาของลู่สือเซินค่ะ»
ทหารยามทั้งสองมองหน้ากัน ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง ผู้บังคับกองพันแต่งงานตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ทหารยามที่ยืนอยู่ตรงหน้าหยางเหนียนเหนียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง บังเอิญสบตากับเธอเข้า ใบหน้าของเขาก็แดงขึ้น «รอตรงนี้สักครู่นะครับ ผมจะไปรายงาน»
หยางเหนียนเหนียนรออยู่หน้าประตูหลายนาที ไม่นานทหารยามก็พาทหารหนุ่มอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีคนหนึ่งมา เขาผิวคล้ำ พูดสำเนียงใต้ฟังชัด ดูเป็นกันเองมาก ยังไม่ทันเดินมาถึงก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ทักทายเธอเสียแล้ว
«พี่สะใภ้ มาแล้วเหรอครับ»
«ผู้บังคับกองพันก็จริง ๆ เลย เรื่องใหญ่ขนาดพี่สะใภ้จะมา ยังไม่บอกพวกเราล่วงหน้าสักคำ อ้อ จริงสิ ผมชื่อหลี่เฟิงอี้ เป็นทหารคนสนิทของผู้บังคับกองพัน ผมให้คนไปแจ้งผู้บังคับกองพันแล้ว พี่สะใภ้เข้าไปนั่งพักข้างในกับผมก่อนเถอะครับ»
หลี่เฟิงอี้พูดจ้ออย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน หยางเหนียนเหนียนฟังชื่อที่ฟังดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของเขาแล้วก็ยิ้มออกมา รู้สึกว่าเขาน่าคบหาไม่น้อย เธอพยักหน้ายิ้มแล้วเดินตามเขาเข้าไปในค่าย ทหารกลุ่มหนึ่งกำลังฝึกอยู่ในสนาม พอสังเกตเห็นสาวสวยแปลกหน้าเข้ามาในค่าย ทุกคนก็พร้อมใจกันหันมามอง
ครูฝึกที่กำลังฝึกพวกเขาโกรธจนแทบทนไม่ไหว ตะโกนดุด่าอยู่สองสามประโยค ก่อนสั่งให้วิ่งรอบสนาม 30 รอบเป็นการลงโทษ
หลี่เฟิงอี้หัวเราะแหะ ๆ «พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะครับ»
«จะเป็นไปได้ยังไง พวกเขาน่ารักดีออก» หยางเหนียนเหนียนเองก็อดหัวเราะไม่ได้ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าที่นี่ดูไม่เลวเลย ใบหน้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของคนหนุ่มสาวมีให้เห็นทุกหนแห่ง อยู่ที่นี่สบายกว่าตอนอยู่ในหมู่บ้านเยอะ
หลี่เฟิงอี้หัวเราะอย่างเขิน ๆ พลางเกาหลังศีรษะ «พี่สะใภ้ ผมเพิ่งเคยได้ยินคนใช้คำว่าน่ารักมาบรรยายพวกผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกเราเป็นครั้งแรกเลยครับ»
หยางเหนียนเหนียนยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินตามหลี่เฟิงอี้ไปยังห้องรับรอง
«พี่สะใภ้รอตรงนี้สักครู่นะครับ ผู้บังคับกองพันเดี๋ยวก็มาแล้ว»
เขาเป็นผู้ชาย อยู่ที่นี่ด้วยก็ไม่ค่อยสะดวก จึงกำชับเธอสองสามคำ รินน้ำให้หยางเหนียนเหนียนหนึ่งแก้วแล้วก็ออกไป
หยางเหนียนเหนียนมองกระบอกเคลือบที่วางอยู่บนโต๊ะ บนนั้นพิมพ์คำว่า «รับใช้ประชาชน» อยู่ห้าตัว ดูเข้ากับสถานที่จริง ๆ
เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้หลี่เฟิงอี้เรียกลู่สือเซินว่าอะไรนะ? ผู้บังคับกองพัน???
เขาไม่ใช่ผู้บังคับกองร้อยหรอกเหรอ? ทำไมกลายเป็นผู้บังคับกองพันไปได้? เลื่อนตำแหน่งเร็วเกินไปหรือเปล่า?
ขณะที่กำลังเหม่ออยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก เธอคิดว่าลู่สือเซินมาแล้ว จึงรีบนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย แต่คนที่เดินเข้ามาเพียงชำเลืองมองข้างในแวบหนึ่ง แล้วก็เดินจากไปทันที
หยางเหนียนเหนียนถอนหายใจโล่งอก แอบหัวเราะเยาะตัวเองที่ประสาทเสีย จากนั้นก็มีทหารในเครื่องแบบอีกหลายคนเดินผ่านหน้าประตู ทุกคนแค่ชำเลืองมองแล้วก็ไป หยางเหนียนเหนียนรู้สึกขำ คนพวกนี้เห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจมาดูเธอ แต่กลับทำเป็นเดินผ่านไปอย่างนั้น น่ารักเกินไปแล้ว
เธอชักอยากรู้ขึ้นมาว่าลู่สือเซินเป็นคนแบบไหนกันแน่ คนพวกนี้ถึงได้อยากรู้อยากเห็นเรื่องภรรยาของเขากันนัก
«ผู้บังคับกองพัน พี่สะใภ้สวยจริง ๆ นะครับ ดูบอบบางขนาดนั้น ระหว่างทางมาคงลำบากไม่น้อย...» เสียงทุ้มกังวานของหลี่เฟิงอี้ดังมาจากด้านนอก ฟังดูเหมือนอยู่ห่างจากประตูแค่สองสามก้าว
