หม่าเซี่ยวจู๋ได้ยินคำพูดของลูกชายก็เดือดปุด ๆ ขึ้นมาทันที กระโดดตัวลอยสูงสามฉื่อ “แกจะไล่แม่กับพ่อแกกลับไปหรือไง?”
“ไม่ได้ไล่ครับ แค่ส่งพ่อกับแม่กลับบ้าน” ลู่สือเซินมีสีหน้าสงบนิ่ง “ผมหมดวันลาแล้ว ไม่มีเวลามาอยู่บ้านเป็นเพื่อนพ่อกับแม่มากนัก เหนียนเหนียนเองก็มีธุระต้องทำ”
“ก็แค่งานซักผ้าหุงข้าวนิด ๆ หน่อย ๆ ผู้หญิงคนไหนไม่ทำบ้างล่ะ? เธอจะมีธุระอะไรนักหนา?” ตอนนี้หม่าเซี่ยวจู๋ไม่พอใจหยางเหนียนเหนียนมาก หล่อนเพิ่งพูดถึงลูกสะใภ้ไม่กี่คำ ลูกชายก็จะไล่หล่อนกลับแล้ว
ทำเอาคนเป็นแม่อย่างหล่อนปวดใจเหลือเกิน
ลู่กั๋วจื้อเองก็มีสีหน้าไม่ดี ถูกลูกชายไล่กลับทำให้เขารู้สึกเสียหน้า เขาจึงพูดกับภรรยาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พรุ่งนี้เรากลับกันเลย”
หม่าเซี่ยวจู๋จะยอมกลับไปแบบนี้ได้อย่างไร หล่อนเปิดเงื่อนไขกับลูกชายตรง ๆ “ถ้าจะให้พวกเรากลับพรุ่งนี้ก็ได้ ที่บ้านอยากซื้อลูกวัวสองตัว แกเอาเงินมา 200 หยวน เงิน 200 หยวนนี้ถือว่าใช้คืนค่าที่พ่อกับแม่เลี้ยงแกมา จากนี้เราตัดขาดกัน ฉันจะถือว่าแกตายไปแล้ว”
ลู่กั๋วจื้อเงียบอยู่ข้าง ๆ เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับวิธีของภรรยา
“ตอนนี้ผมไม่มีเงินครับ” ลู่สือเซินพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หม่าเซี่ยวจู๋ไม่เชื่อ “เมียแกมีเงินซื้อเสื้อผ้า มีเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน มีเงินซื้อเนื้อ แต่พอจะซื้อลูกวัวให้พ่อแม่กลับไม่มีเงินหรือไง?”
“ของพวกนั้น เหนียนเหนียนออกเงินช่วยไว้ไม่น้อยครับ” ลู่สือเซินตอบ
“เงินที่หยางเหนียนเหนียนใช้ ก็เงินที่แกให้ไม่ใช่หรือไง?” หม่าเซี่ยวจู๋คิดว่าลูกชายแค่ไม่อยากให้เงิน เลยหาข้ออ้างมา
