หยางเหนียนเหนียนหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ในมือ เธอเกรงใจจนไม่กล้าซื้ออะไรเพิ่ม แต่ของสำคัญที่สุดอีกสองอย่างยังไม่ได้ซื้อ ถ้าไม่มีคงก่อไฟทำกับข้าวที่บ้านไม่ได้
“พี่หวัง ฉันยังไม่ได้ซื้อเตาถ่านกับถ่านอัดแท่งเลยค่ะ”
หวังเฟิ่งเจียวพาหยางเหนียนเหนียนเดินย้อนกลับไป “ที่บ้านฉันมีเตาถ่านเก่าอยู่เตาหนึ่ง เธอเอาไปใช้ก่อนก็ได้ คราวหน้าค่อยเข้าเมืองแล้วซื้อไส้เตามา สามีฉันซ่อมเตาเป็น ใช้ดีของที่ซื้อมาเยอะเลย”
ดวงตาหยางเหนียนเหนียนเป็นประกาย “ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะพี่หวัง”
เดินซื้อของกันมาชั่วโมงกว่า หวังเฟิ่งเจียวก็ดูออกว่าหยางเหนียนเหนียนเป็นพวกไม่ประสีประสาเรื่องใช้ชีวิต ไม่รู้แม้แต่ราคาสินค้า ความรู้เรื่องปากท้องก็มีน้อย โชคดีที่เธอรู้จักฟังคำแนะนำ หวังเฟิ่งเจียวจึงยินดีสอนเธอเพิ่มอีกหน่อย
“ซื้อถ่านอัดแท่งแพงจะตาย ฉันซื้อถ่านหินกลับไปทำเอง ที่บ้านฉันซื้อถ่านหินมาตั้ง 400 ชั่ง ช่วงสองสามวันก่อนอากาศไม่ดี ยังทำถ่านอัดแท่งไม่เสร็จ กลับไปฉันแบ่งให้เธอ 200 ชั่ง ตอนเที่ยงเธอช่วยปั้นถ่านไว้ พรุ่งนี้ก็ใช้ได้แล้ว”
หยางเหนียนเหนียนประจบหวังเฟิ่งเจียวเสียยกใหญ่จนอีกฝ่ายยิ้มหน้าบาน แถมยังเล่าเรื่องซุบซิบของพี่สะใภ้ในเขตบ้านพักทหารให้ฟังหมดเปลือก
“ในเขตบ้านพักนี่ หงลี่น่ะหน้าไหว้หลังหลอก แถมยังเจ้าเล่ห์ คำพูดของหล่อนเชื่อไม่ได้ ส่วนเย่เหม่ยจิ้งแต่งงานมาสามสี่ปีแล้ว แต่ท้องก็ยังไม่มีวี่แวว เมื่อวานเพิ่งกลับจากบ้านเกิดที่ไปหาหมอมา...”
หยางเหนียนเหนียนกำลังฟังอย่างเพลิดเพลิน รถขนของก็มาถึงพอดี เห็นว่าพวกเธอซื้อของกันมาเยอะ ทหารหนุ่มคนหนึ่งจึงลงมาช่วยยกของขึ้นรถ
