เห็นหยางเหนียนเหนียนมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่เหมือนกำลังโกหก ลู่สือเซินก็วางใจ แล้วเก็บหนังสือพิมพ์ไป
“ไม่ใช่ก็ดีแล้ว”
“แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้วค่ะ” หยางเหนียนเหนียนตอบเสียงใส “ฉันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ จะไปเชื่อเรื่องงมงายพวกนั้นได้ยังไง”
ลู่สือเซินเดินไปปิดไฟที่ผนัง หยางเหนียนเหนียนก็เอนตัวลงนอนเช่นกัน ทว่าศีรษะเพิ่งแตะหมอน จู่ ๆ เธอก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
“ลู่สือเซิน รีบเปิดไฟเร็วค่ะ”
“เป็นอะไรไป?”
ลู่สือเซินเปิดไฟ พอเห็นเธอมีสีหน้าตื่นตระหนกก็ถามอย่างเป็นห่วง “ปวดท้องอีกแล้วเหรอ?”
“ช่วยดูหน่อยค่ะว่าบนผมฉันมีไข่เหาหรือเปล่า” หยางเหนียนเหนียนยื่นศีรษะไปตรงขอบเตียง ในใจร้อนรนไปหมด
ก่อนหน้านี้เธอลืมไปว่าเหาสามารถไต่ไปอยู่บนหัวคนอื่นได้ เธอนอนกับอันอันมาตั้งนานแล้ว บนผมจะมีเหาขึ้นหรือเปล่านะ?
แค่คิดว่าบนหัวตัวเองเต็มไปด้วยไข่เหา เธอก็แทบจะคลั่งแล้ว
“……”
นิ้วมือหยาบกร้านของลู่สือเซินแหวกผมดำขลับนุ่มสลวยของเธออย่างเก้ ๆ กัง ๆ อยู่สองสามครั้ง ไม่นานก็ได้คำตอบ
“ไม่มี”
หยางเหนียนเหนียนยังไม่วางใจ “ตรวจให้ละเอียดอีกหน่อยสิคะ”
ลู่สือเซินตรวจซ้ำอีกครั้ง แล้วปลอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่ต้องกังวล ผมเธอไม่มีไข่เหาจริง ๆ น่าจะเป็นเพราะเธอสระผมบ่อย ไข่เหาเลยอยู่ไม่ได้”
หยางเหนียนเหนียนค่อยโล่งอกขึ้นมาได้ เธอนึกอะไรขึ้นได้จึงเงยหน้าพูด
“คุณนั่งลงสิคะ ฉันจะตรวจให้ คุณนอนกับอันอันตั้งนาน ปกติก็ออกกำลังกายบ่อยจนเหงื่อออกง่าย แถมเวลาออกไปปฏิบัติภารกิจก็ไม่ได้สระผมสิบวันครึ่งเดือน ไม่แน่ว่าผมอาจกลายเป็นรังเหาไปแล้วก็ได้”
