หยางเทียนจู้ฟังออกว่าน้ำเสียงของน้องสาวผิดปกติ กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้วว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาจริง ๆ
“ฮุ่ยอิง อย่าโกรธเลย พี่แค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดจะทำจริง ๆ สักหน่อย”
นิสัยของเขาไม่เอาไหนจริง ๆ แต่ฉายาปีศาจคลั่งรักน้องสาวนั้น เขาก็ได้มาอย่างสมศักดิ์ศรี
ในสายตาของเขา แม่แท้ ๆ ยังสำคัญสู้น้องสาวไม่ได้
น้ำเสียงของหยางฮุ่ยอิงอ่อนลงเล็กน้อย เธอเอ่ยเกลี้ยกล่อมเสียงเบา “พี่ ถ้าพี่ยอมฟังฉัน ตอนนี้ก็พาแม่ไปขอโทษที่บ้านตระกูลลู่เถอะ”
หยางเทียนจู้เบิกตาโต “พูดเป็นเล่นไปได้! ให้ฉันไปขอโทษ สู้ให้ฉันไปกินขี้ยังจะดีกว่า”
“พี่ คนฉลาดย่อมไม่ยอมเสียเปรียบตรงหน้า ทำไมพี่ถึงไม่เข้าใจนะ” หยางฮุ่ยอิงพูดเป็นนัย “ถึงพี่จะอยากป้ายสีเหนียนเหนียน ก็ไม่ควรให้บ้านเราไปกับบ้านเหิงเฟยถึงที่เพื่อป้ายสีเธอเอง”
เธอยังไม่ทันรอให้หยางเทียนจู้พูด ก็เอ่ยเสียงเบาอีกว่า “พี่ ตอนนี้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีเล่นงานเหนียนเหนียนทีหลัง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าความรู้สึกสดใหม่ที่ลู่สือเซินมีต่อหยางเหนียนเหนียนจะยืนยาวไปตลอดชีวิต ชีวิตครอบครัวไหน ๆ ก็มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่เว้นวัน สักวันเธอก็ต้องพึ่งพาคนทางบ้านไม่ใช่หรือไง ทะเบียนบ้านของเธอก็ยังอยู่ที่บ้านเราไม่ใช่เหรอ”
การไปขอโทษต่อหน้าหยางเหนียนเหนียนทำให้หยางเทียนจู้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าถูกฆ่าเสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยอมฟังคำพูดของน้องสาวและตกลงว่าจะไปขอโทษ
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไปบ้านตระกูลลู่ อธิบายให้ชัดแล้วขอโทษก็จบ”
ก็แค่ขอโทษไม่ใช่หรือไง?
ลูกผู้ชายยืดได้หดได้ หยางเหนียนเหนียนจะทำอะไรเขาได้?
