หวังเฟิ่งเจียวพูดยิ้ม ๆ ว่า “น้องสาว ถ้าสร้างได้ ใครจะไม่อยากสร้างล่ะ แต่สร้างบ้านต้องใช้เงินไม่น้อยนะ อย่าคิดว่าแค่สามีของเธอเป็นผู้การฝ่ายการเมือง เบี้ยเลี้ยงยังไม่สูงเท่าผู้บังคับกองพันลู่เลย”
“ผู้การฝ่ายการเมืองจางเพิ่งเลื่อนตำแหน่งได้ไม่ถึงสองปี ส่วนผู้อำนวยการติงทำงานอยู่สถานพยาบาล เงินเดือนก็ไม่สูง ที่บ้านยังต้องเลี้ยงลูกมหาวิทยาลัยอีกสองคน ปกติเห็นเหมือนอยู่ดีกินดี แต่เบื้องหลังต้องรัดเข็มขัดประหยัดกันสุด ๆ ในเขตบ้านพักครอบครัวทหาร มีแค่สองสามีภรรยาบ้านนั้นที่ทำงานทั้งคู่ ยังเลี้ยงครอบครัวกันลำบาก ยิ่งบ้านอื่นไม่ต้องพูดถึงเลย”
หยางเหนียนเหนียนพูดอย่างกระอักกระอ่วน “เอ่อ... ฉันนึกว่าทหารได้เบี้ยเลี้ยงทุกเดือน ชีวิตน่าจะสบายขึ้นบ้าง”
“โธ่ เบี้ยเลี้ยงไม่กี่สิบหยวนจะพอเลี้ยงคนทั้งบ้านได้ยังไง”
หวังเฟิ่งเจียวเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มชวนให้คิดของเธอปรากฏขึ้นอีกครั้ง “เหนียนเหนียน ในเขตบ้านพักครอบครัวทหารของเรา ผู้บังคับกองพันลู่มีอนาคตไกลที่สุดเลยนะ ชีวิตดี ๆ ของเธอยังรออยู่ข้างหน้า อย่าเห็นว่าผู้บังคับกองพันลู่ไม่ค่อยพูด เขารู้จักเอาใจภรรยา”
แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน หยางเหนียนเหนียนก็รู้แล้วว่าลู่สือเซินเป็นคนใส่ใจและรู้จักทะนุถนอมคน ไม่ได้ยึดตัวเองเป็นใหญ่เหมือนผู้ชายส่วนมาก
หยางเหนียนเหนียนไม่ชอบอวด เรื่องดี ๆ ของลู่สือเซินเธอเก็บไว้ในใจ ไม่คิดเอาไปแบ่งปันกับใคร พอเงยหน้าสบกับรอยยิ้มของหวังเฟิ่งเจียว ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีเรื่องปิดบังอยู่
“พี่หวัง พี่มีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่าคะ?”
หวังเฟิ่งเจียวยิ้มกว้างขึ้น พลางชมว่า “เหนียนเหนียน ถึงเธอจะอายุไม่มาก แต่ฉลาดนะเนี่ย”
