หลิงเซียวเดินตามอิ้งสือผ่านประตูใหญ่ของอาคารหลัก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าคฤหาสน์ตระกูลอิ้งที่ว่านี่ช่างคุ้นตาเหลือเกิน!
อิ้งสือยืนอยู่ห่างจากนางไปสองก้าว สวมสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเนี้ยบกริบ เส้นไหล่ตั้งตรง กระดุมเสื้อเชิ้ตติดจนถึงเม็ดบนสุด ทั่วทั้งตัวดูสูงศักดิ์และห่างเหิน
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงเซียว ความเย็นชาในแววตาของเขากลับลดลงเอง น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนโยนขึ้น
เขาก้มศีรษะเล็กน้อย “ข้าน้อยตัดสินใจเองโดยพลการ นำผังของวังเซียวเหยามาจำลองไว้ คิดว่าสักวันนายหญิงกลับมา จะได้อยู่ที่นี่อย่างคุ้นเคย”
อิ้งสือพานางเดินชมคฤหาสน์ตระกูลอิ้งรอบหนึ่ง ทั้งศาลา หอเรือน ระเบียงคดและศาลาริมน้ำ ล้วนเหมือนวังเซียวเหยาที่นางเคยอาศัยอยู่ในโลกบำเพ็ญเซียนทุกประการ
ภูเขาจื่อเสียทั้งลูกนี้เป็นพื้นที่ของคฤหาสน์ตระกูลอิ้ง
นางจดจำความใส่ใจนี้ไว้ แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะชมให้ละเอียด
นางหันกลับมาพูดกับอิ้งสือ “ช่วยฉันตามหาคนสองคน”
“นายหญิงโปรดบอกมา” อิ้งสือก้มหน้าลงเล็กน้อย
“แม่ฉัน จ้าวซิ่วหลาน พี่สาวฉัน หลิงเวย”
ทันทีที่เอ่ยชื่อออกมา ลำคอก็เหมือนมีอะไรอุดตันอยู่
นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “ฉันจากมานานเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเธอไปอยู่ที่ไหน อาจจะตามหาค่อนข้างลำบาก”
“นายหญิง แค่ให้ข้อมูลพื้นฐานมาก็พอแล้วขอรับ”
นางหยุดเดิน สูดหายใจลึก
สำหรับครอบครัว นางหายตัวไปจากโลกนี้ถึง 20 ปีแล้ว
แต่สำหรับนาง มันคือ 20,000 ปี
20,000 ปีแห่งการฝึกฝน 20,000 ปีแห่งการต่อสู้เข่นฆ่า และ 20,000 ปีที่ต้องอยู่เพียงลำพัง
จากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ร้องไห้อยากกลับบ้าน นางกลายเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุดในโลกบำเพ็ญเซียน
นางบำเพ็ญจนมีร่างเซียน อายุยืนยาวเป็นอมตะ สำหรับนางแล้ว เวลาไม่ใช่สิ่งล้ำค่าอะไรอีกต่อไป
แต่แม่กับพี่สาวเป็นมนุษย์ธรรมดา ชีวิตของคนธรรมดาจะมีสักกี่ช่วงยี่สิบปีกันเชียว
หลิงเซียวเม้มริมฝีปาก จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ข้อมูลที่นางมีอยู่ในมือน้อยเหลือเกิน น้อยจนตัวนางเองยังรู้สึกเหลือเชื่อ
แต่มีตัวเลขชุดหนึ่งที่นางจำได้แม่นยำเป็นพิเศษ
เลขบัตรประชาชนของพี่สาว
หลิงเซียวแค่นยิ้มขื่นในใจ
ตอนอายุ 15 นางชอบแอบหยิบบัตรประชาชนของหลิงเวยไปเล่นที่ร้านอินเทอร์เน็ต เลขบัตรของพี่สาวนางท่องได้คล่องกว่าเลขของตัวเองเสียอีก
ทุกครั้งที่เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตขอดูบัตรประชาชน นางก็ท่องออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แสร้งทำเหมือนเป็นเจ้าของบัตรจริง ๆ
ต่อมาพี่สาวจับได้ จึงล็อกบัตรไว้ในลิ้นชัก นางยังเคยงัดกุญแจครั้งหนึ่งด้วย
พอมาคิดตอนนี้ ช่างน่าตีจริง ๆ
“ข้อมูลที่ฉันมีไม่มาก” หลิงเซียวเรียกสติกลับมาแล้วมองอิ้งสือ “ฉันจำเลขบัตรประชาชนของพี่สาวได้ มีแค่นี้ พอไหม?”
“พอแล้ว” อิ้งสือเงยหน้ามองนาง
“ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องหาพวกเธอให้เจอ ฉันรอไหว”
ความทรงจำของนางยังหยุดอยู่แถวปี 2000 คิดว่าการตามหาคนสองคนก็ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร
นางหาทางกลับบ้านไม่เจอแล้ว
“นายหญิง” น้ำเสียงของอิ้งสืออ่อนโยน แต่หนักแน่น “ท่านอาจยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีในปัจจุบัน ระบบทะเบียนราษฎรทั่วโลกเชื่อมต่อกัน ขอแค่มีเลขบัตรประชาชน ก็จับคู่กับข้อมูลล่าสุดได้ภายในไม่กี่วินาที”
หลิงเซียวชะงักไป
อิ้งสือยกมือส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ แล้ว
ชายคนนั้นสวมเครื่องแบบสีดำ รีบเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่บางราวกับแผ่นกระดาษ ประคองไว้บนมือแล้วส่งให้อิ้งสือด้วยสองมือ
หลิงเซียวมองโทรศัพท์เครื่องนั้น
ไม่มีปุ่มกด หน้าจอเป็นกระจกเรียบเนียนทั้งแผ่น บางจนแทบโปร่งใส
“นี่คือโทรศัพท์หรือ?”
โทรศัพท์ในความทรงจำของนางไม่ได้หน้าตาแบบนี้
เครื่องโนเกียของพี่สาวในตอนนั้นหนาเท่าครึ่งฝ่ามือ หน้าจอขาวดำ เกมเดียวที่มีคือเกมงู
พี่สาวหวงมันยิ่งกว่าอะไรดี พกใส่กระเป๋าก็กลัวตก วางบนโต๊ะก็กลัวเป็นรอย แค่นางแตะนิดเดียวก็โดนค้อนควักสายตาใส่แล้ว
เพิ่งผ่านไป 20 ปี โทรศัพท์ก็กลายเป็นแผ่นกระจกไปแล้ว
อิ้งสือรับโทรศัพท์มา แตะหน้าจออย่างรวดเร็วสองสามครั้ง ก่อนเงยหน้ามองนาง “นายหญิง เลขบัตรประชาชนล่ะขอรับ?”
หลิงเซียวบอกตัวเลขชุดหนึ่ง
อิ้งสือก้มหน้าจัดการ แสงจากหน้าจอส่องสะท้อนใบหน้าของเขา
เงียบไปประมาณสิบกว่าวินาที ปลายนิ้วของเขาก็หยุดลง
“เจอแล้ว”
หลิงเซียวอึ้งไป “เร็วขนาดนี้เลยหรือ?”
อิ้งสือยื่นโทรศัพท์ให้นาง
บนหน้าจอมีข้อมูลสองบรรทัด จัดวางเรียบร้อย ตัวอักษรคมชัด
จ้าวซิ่วหลาน อายุ 62 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองอวิ๋นหลาน แต่งงานใหม่เมื่อ 20 ปีก่อน คู่สมรสชื่อหลิวเจี้ยนกั๋ว ทำงานเกษตร
หลิงเวย อายุ 40 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองอวิ๋นหลาน หย่าร้าง มีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อหลิวเสี่ยวอวี่ อายุ 18 ปี แต่งงานใหม่ครั้งที่สองเมื่อ 5 ปีก่อน มีบุตรชายหนึ่งคน อายุ 4 ปี ครอบครัวมีหนี้สิน 473,000 หยวน ไม่มีอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ อาศัยอยู่ในบ้านเช่า
หลิงเซียวจ้องตัวอักษรบนหน้าจอ อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
แต่งงานใหม่ หย่าร้าง แต่งงานใหม่ครั้งที่สอง เป็นหนี้ 473,000 หยวน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
นางยากจะจินตนาการว่าคำในแง่ลบเหล่านี้จะมาเกี่ยวข้องกับพี่สาวได้อย่างไร
ในความทรงจำ พี่สาวสวยมาก มักมีหนุ่ม ๆ ที่ตามจีบเดินตามหลังเป็นพรวน นางเคยคิดว่าพี่สาวจะได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ สักคน
ใครจะคิดว่าชีวิตจะกลายเป็นแบบนี้
ตอนนั้นรายได้รวมทั้งปีของครอบครัวพวกเขายังมีแค่หนึ่งถึงสองหมื่นหยวน เงินห้าสิบเฟินที่แอบหยิบไปแม่ยังจับได้ นางนึกไม่ออกเลยว่าพี่สาวที่ซื่อขนาดนั้นไปเป็นหนี้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
นางนึกถึงเรื่องโง่ ๆ ที่ตัวเองทำตอนอายุ 17 แล้วรู้สึกอึดอัดใจ
พ่อของนางไปเกาะผู้หญิงรวยแล้วหนีไป พี่สาวกับแม่โกรธจนแทบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่แล้วนางกลับวิ่งไปขอเงินจากพ่อเสียอย่างนั้น
ในสายตานาง นั่นเป็นเงินที่พ่อเป็นหนี้ทั้งครอบครัว ทำไมถึงจะเอาไม่ได้? อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าบ้านเดือนหน้า
แต่ในสายตาพวกนาง นั่นไม่ใช่การขอเงิน หากเป็นการทรยศ
พี่สาวตบหน้านางกลางถนน ส่วนแม่หันหลังให้ ดวงตาแดงก่ำ ไม่ยอมมองนาง
ภาพวันนั้นติดอยู่ในความทรงจำของนางมานานถึง 20,000 ปี
พวกนางยังโกรธนางอยู่หรือเปล่า? หรือคิดว่านางตายไปนานแล้ว ทุกปีช่วงเช็งเม้งก็แค่เผากระดาษเงินกระดาษทองให้ แล้วใช้ชีวิตต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
ในใจหลิงเซียวปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ แต่สีหน้ากลับนิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
นางก็เป็นคนแบบนี้ ยิ่งในใจปั่นป่วนแค่ไหน สีหน้าก็ยิ่งไม่แสดงอะไรออกมา
“นายหญิง” อิ้งสือเรียกนางเบา ๆ
หลิงเซียวเงยหน้าขึ้น
สีหน้าของอิ้งสือยังคงอ่อนโยนและสงบนิ่งเช่นเดิม ทว่าคำพูดของเขากลับทำให้หลิงเซียวแข็งค้างไปทั้งตัว
“ในระบบทะเบียนราษฎรมีบันทึกหมายเหตุอยู่รายการหนึ่ง” เขารับโทรศัพท์มา เลื่อนหน้าจอสองครั้งแล้วส่งให้นางดูอีกครั้ง “ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จ้าวซิ่วหลานกับหลิงเวยอัปเดตข้อมูลของท่านในฐานข้อมูลผู้สูญหายทั่วประเทศทุกปี ไม่เคยขาด”
หลิงเซียวก้มหน้าลง
แจ้งบุคคลสูญหาย ผู้แจ้ง: จ้าวซิ่วหลาน ความสัมพันธ์: มารดา วันที่อัปเดตล่าสุด: 12 วันก่อน
นางเลื่อนลงต่อ
แจ้งบุคคลสูญหาย ผู้แจ้ง: หลิงเวย ความสัมพันธ์: พี่สาว วันที่อัปเดตล่าสุด: 9 วันก่อน
หลิงเซียวจ้องบันทึกทั้งสองรายการ ยืนอยู่ใต้ระเบียงทางเดินนิ่งอยู่นาน
แสงแดดลอดผ่านช่องใต้ชายคาระเบียง ตกกระทบบนหน้าจอโทรศัพท์จนสะท้อนแสงวาว
ขนตาของนางหลุบต่ำ มองไม่เห็นว่าสีหน้าในดวงตาเป็นเช่นไร
อัปเดตทุกปี นับจากปีที่นางหายตัวไป เป็นเวลา 20 ปี ไม่เคยขาดแม้แต่ครั้งเดียว
พวกนางตามหานางมาตลอด
