ทุกคนพากันตามหาเฉินอวี้จู๋ วุ่นวายกันเกือบครึ่งค่อนคืนจนไม่ได้นอน ตอนนี้ต่างก็หาวหวอดกันทั้งนั้น แต่เรื่องยังไม่จบ ฉินเจี้ยนกั๋วยังต้องสั่งคนไปเทียมวัวกับเกวียน พาเฉินอวี้จู๋ไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลอำเภอก่อน
ส่วนคนที่เหลือ ฉินเจี้ยนกั๋วก็ไล่ให้กลับไปพักผ่อน
หลังจากนั้น ซังหลิงยุ่งอยู่ทุกวันจนลืมเฉินอวี้จู๋ไปเสียสนิท
วันที่สาม เธอเข้าอำเภอไปสอบ และได้ใบรับรองแพทย์เท้าเปล่ามาครองอย่างราบรื่น
นับจากนี้ เธอก็ไม่ใช่คนรักษาคนโดยไม่มีใบอนุญาตแล้ว
โรงเรือนเพาะปลูกของกองสร้างเสร็จอย่างรวดเร็ว พวกเยาวชนผู้มีการศึกษาก็ไปทำงานที่นั่น ได้คิดแต้มแรงงานด้วย
เรื่องที่ซังหลิงได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ไม่ได้แพร่ไปในวงกว้าง เธอเพียงบอกฉินเจี้ยนกั๋วไว้เท่านั้น ต่อมาตอนประชุม ฉินเจี้ยนกั๋วก็พูดถึงหน้าที่ที่จัดไว้ให้ซังหลิง
งานจดบันทึกยังคงเก็บไว้ให้เธอ หากคนในหมู่บ้านปวดหัวตัวร้อนมาขอให้ช่วยรักษา ก็ถือว่าเป็นการทำงาน คิดแต้มแรงงานในระดับแรงงานปานกลาง วันละ 10 แต้ม
งานนี้สบายกว่าลงไปทำงานในนาเยอะ
ซังหลิงตอบตกลงอย่างยินดี
ราวหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ซังเหล่ยปั่นจักรยานมาจากกองหงฉีอย่างเร่งรีบ
เขาหิ้วสัมภาระลงจากรถ ลากซังหลิงไปคุยตรงที่กำบังลม แล้วยัดจดหมายฉบับหนึ่งให้เธอ
ในซองจดหมาย นอกจากกระดาษที่เขียนข้อความไว้เต็มแผ่นแล้ว ยังมีเงินอยู่ด้วย
ซังหลิงดีใจมากที่ได้เจอพี่สามอีกครั้ง
“อ่านจดหมายหรือยัง พ่อกับแม่ส่งเงินมาให้ไหม?”
ที่จริงซังหลิงแทบไม่ได้ใช้เงินที่นี่ เธอดึงเงินปึกนั้นออกมานับ คร่าว ๆ แล้วน่าจะเกือบ 200 หยวน ก่อนยื่นให้ซังเหล่ย
