อุณหภูมิในห้องน้ำร้อนระอุเสียจนทุกอณูอากาศเหนียวหนืด
หลังช่วยบรรเทาอาการไปครั้งหนึ่ง ซังหลิงก็พิงอยู่ในอ้อมแขนของเฟิงไป๋ฮั่น พลางผ่อนลมหายใจแผ่วเบา
ทั้งคู่เหงื่อท่วมตัว เสื้อเชิ้ตบนร่างเฟิงไป๋ฮั่นเปียกชุ่มแทบทั้งตัว แนบติดผิวราวกับตาข่ายที่พันธนาการเขาไว้
เนื้อผ้าบางเบาเปียกน้ำจนโปร่งแสง เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและแน่นตึงของชายหนุ่ม
มือใหญ่ของเขาห้อยลงข้างลำตัว
หยาดน้ำใสไหลผ่านเส้นเอ็นที่ปูดขึ้นบนหลังมือ แล้วเลื้อยลงไปตามปลายนิ้ว
อากาศเงียบสงัดลงชั่วขณะ
เฟิงไป๋ฮั่นเลือกใช้วิธีนี้ เพราะรู้ว่ายานี้ไม่ได้แก้ยากนัก ขอเพียงปลดปล่อยออกมาก็ช่วยบรรเทาฤทธิ์ยาได้ส่วนหนึ่ง
ทว่าหญิงสาวกลับซุกหน้าอยู่บนไหล่เขา เงียบกริบ ราวกับหลับไปแล้ว
ลมหายใจที่ยังร้อนผ่าวรินรดผิวเพียงหย่อมเล็ก ๆ บนไหล่ ทำให้ลำคอของเฟิงไป๋ฮั่นแห้งผาก เขารู้สึกว่าร้อนขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
ปลายนิ้วของซังหลิงงองุ้ม พยายามแกล้งตาย
“อืม…”
เธอไม่กล้าเงยหน้ามองสีหน้าของเฟิงไป๋ฮั่นเลย ตอนนี้สติเริ่มกลับคืนมาแล้ว ต่อให้เธออยากหนีความจริงแค่ไหน ก็จำต้องยอมรับว่าเธอกับเฟิงไป๋ฮั่นได้ใกล้ชิดกันถึงขั้นนั้นจริง ๆ
เฟิงไป๋ฮั่นรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเธอขี้ขลาด พอเจอเรื่องแบบนี้คงคิดแต่จะหลบหนี
“ยานี้แก้ไม่ง่าย ครั้งเดียวคงไม่พอ”
เขามองผมของซังหลิงที่ยุ่งเหยิงจากการเสียดสี เส้นผมปรกแนบแก้มอย่างไม่เป็นระเบียบ มือจึงยื่นไปหาเธอตามสัญชาตญาณ หมายจะจัดให้เข้าที่
