โนแลนชะงักฝีเท้าขณะก้าวออกจากลิฟต์
“อ๊า!”
วินาทีถัดมา ร่างนุ่มนิ่มก็โผเข้ากอดจากด้านหลัง
ซังหลิงดีใจจนแทบพูดไม่ออก “คุณเอ็น คุณเป็นคนดีจริง ๆ เลย!!”
เธอมอบบัตรคนดีให้เขาอย่างไร้ภาระทางใจ กอดโนแลนเพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือ
จากนั้นก็ประคองเครื่องสื่อสารของตัวเองอย่างมีความสุข จุ๊บมันอย่างรักใคร่สองที
ปลายนิ้วของโนแลนงองุ้มเล็กน้อย เขาอ้าปากอยู่หลายครั้งกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ
กำลังจะพูด ก็เห็นท่าทางต่อจากนั้นของเธอ โนแลน “……”
ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับ เขากลืนคำพูดที่เกือบหลุดปากลงไป
เดินหน้าต่อโดยไม่หันกลับมา “เลือกห้องเองสักห้อง”
ซังหลิงเงยหน้า เห็นว่าเพียงชั่วครู่โนแลนก็เดินห่างออกไปหลายเมตรแล้ว จึงรีบตามไป
เธอถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด “คุณเอ็น คืนนี้เราไม่กลับกันเหรอคะ?”
โนแลนตอบ “พรุ่งนี้ก็ไม่กลับ”
ซังหลิงนึกถึงสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อไม่นานนี้ จึงถามอย่างประหลาดใจ “คุณเอ็น คุณเป็นเจ้าของคาสิโนแห่งนี้เหรอคะ?”
ชายหนุ่มที่หันหลังให้เธอพลันหันกลับมา หน้ากากสีดำสนิทนิ่งเงียบหันมาทางเธอ ซังหลิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองตัวเองอยู่หรือไม่ จึงรีบอธิบาย “ฉันได้ยินพวกเขาพูดกันค่ะ ถ้าคุณยุ่งมาก ฉันขอให้ผู่สยงส่งฉันกลับก็ได้ หรือว่า...ที่นี่น่าจะมีท่าเรือด้วยใช่ไหมคะ? ฉันกลับเองก็ได้ค่ะ”
โนแลนจ้องริมฝีปากของเด็กสาวที่ขยับไปมา พลันใจลอยไปชั่วขณะ พลางคิดว่าคนที่เธอบันทึกชื่อไว้ว่า ‘คนน่ารำคาญ’ จะจูบเธอไหม แบบที่ต่อให้ร้องไห้เรียกให้หยุดเพราะเจ็บก็ไม่ยอมปล่อยน่ะ
“คุณเอ็น?”
น้ำเสียงนุ่มนวลดึงโนแลนกลับจากภวังค์ เขาหลุบตาลง น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก “ผู่สยงก็ต้องทำงานเหมือนกัน รู้ไหมว่าการเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันเพื่อไปรับเธอ ทำให้เสียอะไรไปบ้าง”
ซังหลิงชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเล็กค่อย ๆ จางลง ลักยิ้มข้างแก้มราวกับถูกฝ่ามือที่มองไม่เห็นลูบให้เรียบ
เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ขอโทษนะคะ... งั้นฉันรอก็ได้ค่ะ”
โนแลนหยุดฝีเท้า
แต่ซังหลิงโบกมือให้เขาไปแล้ว “งั้นราตรีสวัสดิ์นะคะคุณเอ็น ฉันกลับห้องก่อน—เอ่อ ห้องที่นี่ฉันเลือกห้องไหนก็ได้ใช่ไหมคะ?”
เขาควรจะดีใจสิ ทุกอย่างควรเป็นแบบนี้ เขาไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนสักคน
