“เซเวียร์ คุณทำเกินไปแล้ว”
ไป๋อี้เหนียนก้าวยาว ๆ มาหาซังหลิง สายตาที่มองเซเวียร์เย็นเยียบ แฝงคำเตือนไว้ในที
เพื่อนสนิทไม่เคยแสดงสีหน้าเคร่งขรึมใส่เขาขนาดนี้มาก่อน
แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะเด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานคนหนึ่ง
เซเวียร์ยกมุมปาก “ผมกลับคิดว่าคุณจะตื่นตูมเกินไปแล้วนะ อี้เหนียน ผมไม่ได้ทำร้ายเพื่อนร่วมห้องคนโปรดของคุณสักหน่อย”
เซเวียร์มีประวัติเสีย ๆ มากมาย ไป๋อี้เหนียนจึงไม่เชื่อ
เขาก้มลงมองซังหลิงที่สีหน้าไม่ค่อยดี “เขาลงมือกับคุณหรือเปล่า?”
ซังหลิงฝืนตัวเองมาตลอด จนกระทั่งเห็นว่าไป๋อี้เหนียนมารับเธอจริง ๆ น้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาทันที
“เซเวียร์!”
หัวใจของไป๋อี้เหนียนบีบรัด
สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งขึ้น แฝงความไม่พอใจ “บางครั้งผมก็ต้องพูดนะว่า การปกป้องเกวนนีของคุณมันเกินขอบเขตไปแล้ว เธอโตแล้ว คุณควรเรียนรู้ที่จะปล่อยมือ”
เมื่อวานตอนเห็นเกวนนีกับซังหลิงพูดคุยหัวเราะกัน เขาก็ควรนึกได้แล้วว่าเซเวียร์จะลงมือกับซังหลิง
เขาลอบตำหนิตัวเอง ซังหลิงถูกลักพาตัวไปอย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาไม่ระวังตัว
เซเวียร์ไม่ใส่ใจกับคำพูดของไป๋อี้เหนียน เขารู้ว่าตัวเองทำเกินไป แต่ก็เต็มใจจะปกป้องน้องสาวไว้ใต้ปีกไปตลอดชีวิต แล้วจะทำไม?
สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือท่าทีของซังหลิงเวลาอยู่ต่อหน้าไป๋อี้เหนียน ซึ่งแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
เธอดูน่าสงสาร ราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวง แม้แต่น้ำตาก็แทบจะร่วงลงมาแล้ว
