“รอก่อนสิ หลิงหลิง…”
รอยยิ้มตรงมุมปากของซ่งถานอวี้ชะงักค้าง “ทำไมถึงกะทันหันแบบนี้…”
ซังหลิงมองบาดแผลบนใบหน้าเขาด้วยความปวดใจ “เป็นเพราะฉันแท้ ๆ คุณกับคุณอาเล็กเฮ่อถึงได้ทะเลาะกันใช่ไหม ฉันนิสัยไม่ดีเลย ฉันเลือกใครคนหนึ่งจากพวกคุณไม่ได้ ฉันไม่อยากทำร้ายพวกคุณ”
สีหน้าของเธอดูเศร้าเสียยิ่งกว่าใคร ราวกับไม่ใช่เธอที่เป็นฝ่ายบอกเลิก
คำพูดไร้เยื่อใยจากปากเธอ ราวกับมีดที่เคลือบน้ำตาลไว้
“หลิงหลิง ฟังผมก่อน ได้ไหมครับ” ซ่งถานอวี้จริงจังขึ้น เขาพบว่าเรื่องราวหลังจากนี้กำลังหลุดจากการควบคุมของตัวเอง
ซังหลิงไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด “เอาเป็นแบบนี้เถอะค่ะ อาจารย์ซ่ง ดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ ฉันไปก่อน!”
เธอก้มหัวให้ซ่งถานอวี้อย่างซาบซึ้ง ก่อนจะหันหลังวิ่งออกจากห้องพักผู้ป่วย
ห้องข้าง ๆ เป็นห้องของเฮ่อจวินพอดี
ผู้ช่วยคนเก่งสารพัดประโยชน์ของเฮ่อจวินรออยู่หน้าประตูมานานแล้ว พอเห็นเธอก็รีบก้มตัวลงอย่างนอบน้อมและอ่อนโยน “คุณหนูซัง เจ้านายเชิญเข้าไปครับ”
ซังหลิงกำหมัดแน่น ก่อนเดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่น
ถึงเวลาสะสางเรื่องนี้ให้จบเสียที!
เฮ่อจวินไม่ได้แสดงความไม่พอใจในใจออกมา ทั้งที่เธอรีบไปหาซ่งถานอวี้เป็นคนแรก
เขายิ้มขึ้นมา หางตาพราวระยับราวกับลำธารในวันวสันต์ ชวนให้หลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
“เด็กดีใจร้ายจังนะ”
“คุณอาเล็กเฮ่อ ต่อไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลยค่ะ!”
เสียงทั้งสองดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงประตูคล้ายรวบรวมความกล้าทั้งหมดไว้ เธอหลับตาแน่น ราวกับทำเช่นนี้แล้วจะตัดขาดจากสิ่งรบกวนภายนอกได้
