อากาศแบบนี้ไม่เหมาะกับการเดินเล่นข้างนอกเลยสักนิด พอแดดขึ้นสูงเต็มที่ เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ซังหลิงก็แทบจะละลายเพราะความร้อนแล้ว
หลังมื้อเช้า เฮ่อซูเหยียนจึงพาเธอกลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง
ตอนนั้นซังหลิงยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เธอเดินตามเฮ่อซูเหยียนที่จูงมืออยู่อย่างว่าง่าย น่ารักจนแทบใจละลาย
ทันทีที่ประตูห้องพักปิดลง
ชายหนุ่มที่รักษาท่าทีอ่อนโยนมาตลอดก็พลันเปลี่ยนสีหน้า
ตอนถูกเขาดันชิดบานประตู ซังหลิงยังคงทำหน้างุนงง อ้าปากน้อย ๆ อย่างตกใจแล้วพึมพำว่า “พี่คะ พี่ทำอะไร…”
เฮ่อซูเหยียนปัดปอยผมตรงหน้าผากของหญิงสาวเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยน “เบบี๋ กินมื้อเช้าอิ่มหรือยังครับ?”
“...อื้อ?”
ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ก็ถึงตาเขาบ้างแล้ว
จูบเร่าร้อนบีบให้ซังหลิงแทบหายใจไม่ออก เอวบางถูกมือเขารั้งขึ้น ชายหนุ่มขวางขาเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้หนี ซังหลิงเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิง ที่พึ่งเดียวของเธอมีเพียงเฮ่อซูเหยียนที่อยู่ข้างกาย
จูบของเฮ่อซูเหยียนทั้งดุดันและรุนแรง ราวกับสัตว์ป่าที่ฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้ง กวาดทุกสิ่งไปอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะหลอมซังหลิงเข้าไปในกระดูกและกลืนกินเธอจนหมดสิ้น
ซังหลิงดิ้นขลุกขลัก แต่กลับถูกกดให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม
อกแนบอก กระทั่งสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของกันและกัน
“อื้อ…เฮ่อ เฮ่อซูเหยียน!”
ซังหลิงมึนงงไปหมด ดวงตากลมดำใสชุ่มฉ่ำราวมีระลอกน้ำ เธอผลักเขาเบา ๆ อย่างน่าสงสาร
“ฉันจะตายแล้วนะ เฮ่อซูเหยียน…”
ไม่รู้ว่าจูบนี้ดำเนินอยู่นานเท่าไร เฮ่อซูเหยียนจึงยอมปล่อยเธอ นิ้วของเขาปาดรอยชื้นตรงมุมปากอย่างคลุมเครือ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่กระชั้น เขามองหญิงสาวที่งดงามเย้ายวน ดวงตาวาบผ่านด้วยความปรารถนาอันดุดัน
