“เฮ่อซูเหยียน! นายมันก็แค่หมาตัวหนึ่ง!”
ซังหลิงถูกเฮ่อซูเหยียนกอดไว้ ปลอบอยู่นานกว่าจะหายใจหายคอได้คล่องขึ้น
แพขนตาของเธอสั่นไหว ก่อนจะเงยดวงตาเรียวรีพร่ามัวขึ้นมา ทว่าพอเห็นใบหน้าที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ความโกรธก็พลุ่งขึ้นทันที เธอยังไม่ทันได้สติ ก็ยกมือฟาดใส่เขาไปหนึ่งที
แม้จะนุ่มนิ่มไร้เรี่ยวแรง แต่ก็เป็นฝ่ามือฟาดเข้าที่หน้าอย่างจัง
เฮ่อซูเหยียนถึงกับชะงักงัน
ชาตินี้เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าตบหน้าเขา
คนที่ตบเขากลับทำท่าราวกับตัวเองเป็นฝ่ายทำผิด สีหน้าแสนคับข้องใจ พอเขาหันไปมอง สาวน้อยก็หดตัวเข้าไปในผ้าห่มอีกนิด แล้วจ้องเขาด้วยดวงตาคลอหยาดน้ำตา ราวกับถ้าเขากล้าโกรธขึ้นมา เขาก็จะกลายเป็นคนเลวที่สุดในโลก
เฮ่อซูเหยียนแตะจมูกตัวเอง ก่อนจะยื่นแก้มซ้ายเข้าไปใกล้อีกครั้งอย่างเอาอกเอาใจ แล้วปลอบเสียงนุ่ม “ที่รักหายโกรธหรือยัง? จะตบข้างนี้อีกสักทีไหม?”
ซังหลิงเม้มปากแน่น ท้องน้อยปวดหน่วงจนเธอแทบอยากร้องไห้
ท่าทีอ่อนน้อมของเฮ่อซูเหยียนปลุกนิสัยเอาแต่ใจที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอขึ้นมา เธอจึงอดไม่ได้ที่จะตบแก้มซ้ายของเขาเบา ๆ อีกที
พอตบเสร็จ ซังหลิงก็รีบหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ก็...ก็คุณบอกให้ฉันตบเองนี่นา...”
เธอเบะปากน้อย ๆ พลางแอบสังเกตสีหน้าของเฮ่อซูเหยียน ถ้าเขากล้าดุเธอ เธอจะร้องไห้ให้ดู!
“เฮ้อ...”
เฮ่อซูเหยียนถอนหายใจยาว
จู่ ๆ เขาก็ประคองใบหน้าของซังหลิงไว้ บีบแก้มจนริมฝีปากเธอจู๋ แล้วจูบเธอแรง ๆ หลายครั้ง
“ที่รักรักผมจริง ๆ ด้วย ไม่เห็นยอมออกแรงเลยสักนิด”
