ราวกับกลายเป็นขนมข้าวเหนียวนุ่มนิ่มก้อนหนึ่ง ถูกใครต่อใครขยำจนกลมแล้วบี้จนแบนได้ตามใจ
นิ้วมือขาวผ่องของหญิงสาวขึ้นสีชมพู เธอตาแดงก่ำพลางด่าไป๋อี้เหนียนว่าเป็นคนสารเลว แล้วดึงผมดำหยาบแข็งที่ตัดสั้นเรียบร้อยของชายหนุ่มอย่างร้ายกาจ
เธอขู่เขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พวกเรา... พวกเราไม่เป็นเพื่อนกันอีกแล้ว”
ไป๋อี้เหนียนเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบางชุ่มฉ่ำเป็นประกาย เขาลุกขึ้นจูบหญิงสาว กล้ามเนื้อบนแขนทั้งสองข้างที่ยันอยู่ด้านข้างเกร็งแน่น เส้นเลือดสีเขียวคดเคี้ยวเผยให้เห็นเสน่ห์ดึงดูดทางเพศอย่างชัดเจน
ซังหลิงหลบจูบของเขา ทั้งขุ่นเคืองทั้งอยากร้องไห้ “ได้ยินที่ฉันพูดไหม ฉันบอกว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณแล้ว”
“ได้ ตามใจคุณ”
ซังหลิงชะงัก ชายหนุ่มตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้ ไม่ใช่คนดีจริง ๆ ด้วย!
ความตะลึงปรากฏบนใบหน้า ซังหลิงยกมือขึ้นตบเขาฉาด “งั้นก็หลบไปสิ!”
ไป๋อี้เหนียนหลบได้ แต่เขากลับยอมรับฝ่ามือนั้นเต็ม ๆ
เขายกมุมปากขึ้น จับนิ้วเรียวของหญิงสาวไว้ แล้วจูบเบา ๆ ตรงปลายนิ้ว
น้ำเสียงอ่อนโยนสวนทางกับการกระทำอันแข็งกร้าว
“แต่เราเป็นคนรักกันได้ หลิงหลิง ผมรักคุณ”
คราวนี้ เขาจะไม่ยอมให้ซังหลิงหนีไปอีก
เขาค่อย ๆ โน้มตัวลง
……
ในหัวของซังหลิงไม่มีเรื่องเกมหลงเหลืออยู่แล้ว ไม่นานเธอก็ถูกดึงลงไปล่องลอยอยู่ในห้วงเสน่หา
ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร
เมื่อซังหลิงตื่นขึ้นมา ก็ไม่เห็นไป๋อี้เหนียนอยู่ในห้อง
เธอหาวแล้วค่อย ๆ ผ่อนคลายร่างกาย เหยียดแขนบิดขี้เกียจ
แก้มถูไถกับหมอนเบา ๆ ดูคล้ายลูกแมวที่กำลังงีบหลับ
