คนที่มาถึงในเวลานี้ก็มีไม่น้อย
หลังจากซังหลิงถูกพาเข้าไปในเรือ เธอก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยหลายคน
เฉินโยวเซิ่งกับเผิงข่ายก็อยู่ที่นั่น พอเห็นซังหลิงก็ลุกขึ้นทันที แล้วทักทายเธออย่างกระตือรือร้น
“พี่สะใภ้ มาแล้วเหรอครับ!”
“พี่สะใภ้ มานั่งทางนี้สิครับ”
บางคนเคยได้ยินแค่เรื่องของซังหลิง ว่าหลังจากกลับไปแล้วมีใครคนหนึ่งเฝ้าคิดถึงเธอไม่เลิกรา ทั้งยังเอ่ยชมเธออย่างไรบ้าง
ในที่สุดก็ได้พบตัวจริง ในหัวของพวกเขาถึงกับว่างเปล่าไปชั่วขณะ คำพูดนี้ไม่ได้เกินจริงเลย
นึกคำไหนมาอธิบายอีกฝ่ายไม่ออกสักคำ
หากจะพูดจริง ๆ ก็คงเป็นความงามของเธอที่แฝงความศักดิ์สิทธิ์ราวกับมนุษย์ธรรมดาไม่อาจล่วงเกิน
โจวจ้านเอ่ยว่า “เดี๋ยวผมให้คนเอากระเป๋าไปส่งที่ห้องนะครับ แต่พี่สะใภ้อยากไปเลือกห้องเองไหม?”
ซังหลิงตอบอย่างถ่อมตัวว่า “พักที่ไหนก็ได้ค่ะ บนเรือมีคนจัดการเรื่องพวกนี้ให้หรือเปล่า?”
โม่จั๋วฮวาขยับเข้ามาใกล้ ยิ้มตาหยีแล้วบอกว่า “มีครับ แต่สิทธิ์ของพี่สะใภ้อยู่เหนือพวกเขา เลือกได้ตามใจเลย”
ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มพรูเข้ามาใกล้ ก่อนจะรินรดลงบนใบหูของซังหลิง
เธอขยับศีรษะหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ใบหูค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นมา
เสียงของเธอแผ่วเบาและนุ่มนวล “ไม่ต้องดูแลฉันเป็นพิเศษหรอกค่ะ ฉันพูดจริง ๆ พักที่ไหนก็ได้”
สายตาของโม่จั๋วฮวาหยุดอยู่ตรงติ่งหูของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาคิดในใจว่า พักที่ไหนก็ได้จริงหรือ?
แต่ถ้าพูดคำลามกและล่วงเกินแบบนั้นออกไปจริง ๆ พี่สะใภ้ขี้กลัวและอ่อนแอคงตกใจจนหนีห่าง ไม่ยอมเข้าใกล้เขาอีกเลย
