อาหารที่ก่อนวันสิ้นโลกหาได้ง่ายดาย กลับกลายเป็นของฟุ่มเฟือยในโลกาวินาศ
ของที่ซังหลิงนำมาไม่ได้มีแค่ไส้กรอกแฮม แต่ยังมีน่องไก่ที่จี้ชิงอันให้คนเอามาให้เธอด้วย
พอซังหลิงได้รับของ ดวงตาก็เป็นประกาย เธอยังไม่เข้าใจว่าอาหารมีค่ามากแค่ไหน จึงบอกจี้ชิงอันด้วยว่า ถ้ามีชีสก็คงดี บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะได้ทำออกมาเป็นรสต่าง ๆ ได้
จี้ชิงอันหัวเราะเบา ๆ พลางลูบผมเธออย่างเอาใจ “ชีสน่ะไม่มีจริง ๆ แต่พอถึงฐานแล้ว ฉันจะต้องหามาให้เธอกินให้ได้ ดีไหม?”
น้ำเสียงนั้นแทบไม่ต่างจากฮ่องเต้เลอะเลือนที่ยอมขนลิ้นจี่มาไกลนับหมื่นลี้ เพียงเพื่อเรียกรอยยิ้มจากพระสนมคนโปรด
ซังหลิงตอบว่า “ดีเลย ๆ”
เสี่ยวจิ่วกำไส้กรอกแฮมกับน่องไก่ชิ้นโตไว้ รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
เขาหันไปถามเพื่อนร่วมทีม “พรุ่งนี้โลกจะแตกแล้วหรือไง? ไม่ต้องใช้ชีวิตกันแล้วเหรอ?”
ได้รับการดูแลดีขนาดนี้ ทำเอาเขาปลื้มจนทำตัวไม่ถูก
โจวจวิ้นดันแว่นแล้วแบมือออกมา “ถ้าไม่อยากกินก็ให้ฉันสิ”
เสี่ยวจิ่ว “โธ่เอ๊ย! ฝันไปเถอะ!”
เขามองซังหลิงที่นั่งเบียดอยู่กับหญิงสาวอีกสองคนด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง “หวังว่าซังหลิงจะอยู่กับทีมเราไปนาน ๆ นะ”
มีเธออยู่ด้วย ระดับความเป็นอยู่ของพวกเขาก็พลอยดีขึ้นตามไปด้วย
โจวจวิ้น “เห็นด้วย”
เสี่ยวอวี่ “เห็นด้วย”
ระหว่างกินอาหาร มีซอมบี้กลุ่มเล็ก ๆ บุกเข้ามา
หน่วยพลังพิเศษร่วมมือกันกำจัดพวกมันจนหมด
หลังจากนั้น ทุกคนก็เก็บข้าวของ เตรียมออกเดินทาง
ซังหลิงกะพริบตาปริบ ๆ “จี้ชิงอัน ฉันอยากไปนั่งกับพวกเธอ...”
เธอยังพูดคำว่า ‘นั่ง’ ไม่ทันจบ จี้ชิงอันก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล “หลิงหลิง เรื่องนี้ไม่ได้หรอก”
