เมื่อได้ยินคำพูดของนายอำเภอ ซังหลิงก็แอบสบตากับเซี่ยซือเหมียน
พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจ ซังหลิงก็ขยับเข้าไปใกล้เซี่ยซือเหมียนเงียบ ๆ
เธอถามว่า “ที่เขาพูดถึงใช่ฉินจื้อหรือเปล่า”
คำแนะนำนี้ฟังดูคุ้นหูจังเลย~
เซี่ยซือเหมียนขบกรามแน่น มองท่าทางคาดหวังของซังหลิงแล้วความคิดมืดมนที่ถูกกดเอาไว้ในใจพลันเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ทำไมฉินจื้อถึงตามหลอกหลอนไม่เลิกนะ?
แต่ซังหลิงรู้อะไรบ้างล่ะ? เธอก็แค่มองพวกเขาเป็น ‘เพื่อน’ อย่างเท่าเทียมกันเท่านั้นเอง
เซี่ยซือเหมียนพยักหน้าเบา ๆ “น่าจะใช่”
ซังหลิงเท้าคาง สายตาเลื่อนไปทางประตู
“ไม่คิดเลยว่าฉินจื้อจะเก่งขนาดนี้...”
สิ้นเสียงก็มีคนผลักประตูเดินเข้ามา
สายตาทั้งสี่ประสานกัน
ฉินจื้อชะงักไปเล็กน้อย ซังหลิงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ก่อนมา เขาได้รับข่าวว่าตระกูลเซี่ยได้รับการล้างมลทินแล้ว ตอนนี้สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าซังหลิงไปยังเซี่ยซือเหมียนที่นั่งอยู่ข้างเธอ
มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นเป็นหมัด
แม้ในใจจะปั่นป่วน ฉินจื้อก็ยังทักทายเหล่าผู้นำอย่างสงบนิ่งได้
นายอำเภอรีบแนะนำเขาอย่างกระตือรือร้น
ฉินจื้อไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดกับซังหลิงสักคำ
ระหว่างเขากับซังหลิงมีคนคั่นอยู่เจ็ดแปดคน
เพียงเงยหน้าขึ้นก็จะเห็นหญิงสาวผู้มีฐานะเป็นลูกสะใภ้ของท่านผู้นำ ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางคีบอาหารให้ซังหลิง บอกให้เธอกินช้า ๆ แววตาเปี่ยมด้วยความรักเอ็นดู
ทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับรู้จักกันมานาน
