“อ่า… ฉันมีธุระออกไปข้างนอกมาน่ะ เห็นเธอหลับสนิท กลัวว่าจะมีขโมยเข้าบ้าน เลยล็อกประตูจากด้านในไว้”
ซังหลิงส่งเสียงฮึในลำคอ เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตา ราวกับกำลังตัดสินว่าคำพูดนั้นจริงหรือเท็จ
“เธอจะมีธุระอะไรได้! หลบไป ๆ ฉันจะเข้าห้องน้ำ!”
เธอกระโดดลงจากเตียง สวมรองเท้าแตะแล้วกุมท้องวิ่งออกไป
ขณะนั้นเอง เสียงสุนัขเห่าหลายครั้งดังมาจากนอกลานบ้าน ตามด้วยเสียงของชายวัยกลางคน
“ที่นี่เป็นบ้านของสหายซังหรือเปล่า? สหายซังอยู่ไหม!”
ให้ตายสิ! ทำไมคนพวกนี้ถึงมาอีกแล้ว ไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วหรือไง?!
ซังอวี๋ไหวตัวเร็ว รีบคว้าซังหลิงไว้ “หลิงหลิง รอก่อน—”
ออกไปไม่ได้ ห้ามให้ซังหลิงออกไปเด็ดขาด!
ตอนนี้ซังอวี๋มีความคิดอยู่แค่นี้
“โอ๊ย!”
ซังหลิงร้องด้วยความเจ็บปวด สะบัดมือซังอวี๋ออกอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตดำขลับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ อารมณ์ขุ่นเคืองแทบล้นออกมา “ซังอวี๋ วันนี้เธอกินยาผิดหรือไง! ฉันจะเข้าห้องน้ำแล้ว อั้นจนจะตายอยู่แล้ว เข้าใจไหม! ถ้ายังทำแบบนี้อีก ฉันโกรธจริง ๆ นะ!”
“ซังหลิง—”
ซังอวี๋รั้งซังหลิงไว้ไม่อยู่ ได้แต่มองเธอวิ่งออกไปต่อหน้าต่อตา
“เอ่อ สหายซัง…”
ชายวัยกลางคนที่ยืนชะโงกหน้าอยู่หน้าประตูลานรีบโบกมือเรียก
ซังหลิงไม่แม้แต่จะหันกลับไป เธอเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำที่สร้างแยกไว้ในลานบ้านก่อน
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว เมื่อครู่ยังคุยกันดี ๆ อยู่เลย สหายซังคนนี้เป็นอะไรไป?
เดิมทีทีมงานรายการตั้งใจจะไปหาคณะกรรมการหมู่บ้านโดยตรง เพราะไม่มีใครรู้สถานการณ์ของแต่ละครัวเรือนในพื้นที่ดีไปกว่าพวกเขา แต่ซังอวี๋มาดักรออยู่กลางทางก่อนแล้ว พอทีมงานมาถึง เธอก็แสร้งทำเป็นตกใจรถที่แล่นเข้าหมู่บ้าน จนเกือบพุ่งชนรถของพวกเขา
