เซเวียร์ยังคงมีรอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้า ทว่าฝ่ามือใหญ่ที่กุมเอวหญิงสาวกลับออกแรงกระชับแน่นขึ้นอย่างลับ ๆ
เขาค่อย ๆ ยุยงเธออย่างใจเย็น “เชื่อเขาจริง ๆ เหรอ? เรื่องนี้เริ่มมีเค้าตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่ถามหน่อยหรือว่าเมื่อวานเขาทำอะไรอยู่?”
ซังหลิงที่เดิมตั้งใจจะเดินไปหาไป๋อี้เหนียน ค่อย ๆ ลดเท้าที่ชูขึ้นลงอย่างเงียบ ๆ
ไป๋อี้เหนียนสีหน้าหม่นลง “เซเวียร์”
ซังหลิงกะพริบตาปริบ ๆ เธอถูกกอดรัดจนรู้สึกอึดอัด จึงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเซเวียร์ “ถ้าอย่างนั้นเมื่อวานคุณทำอะไรอยู่เหรอ?”
“หลิงหลิง คุณเชื่อเขาเหรอ?”
ไป๋อี้เหนียนรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง เขาคิดว่าในใจของซังหลิง อย่างน้อยตัวเองก็น่าจะพิเศษกว่าคนอื่นอยู่บ้าง
ซังหลิงสบตาเขา ขนตาสั่นไหวเล็กน้อย “เปล่าสักหน่อย ฉันแค่...ค่อนข้างสงสัยน่ะ”
พูดจบ เธอก็ผลักเซเวียร์เบา ๆ “เซเวียร์ คุณทำฉันเจ็บแล้วนะ”
เซเวียร์จิ๊ปากนิด ๆ สายตาปะทะกับไป๋อี้เหนียน ก่อนหรี่ตาลงอย่างไม่สบอารมณ์
สุดท้ายเขาก็ยอมคลายมือ
ซังหลิงปรายตามองเขาแล้วพูดประชด “ยังมีหน้ามาว่าไป๋อี้เหนียน เมื่อวานคุณเองก็หายตัวไปไม่ใช่เหรอ? ฮึ”
รอยยิ้มของเซเวียร์แข็งค้างอยู่ที่มุมปาก
เมื่อเห็นซังหลิงเดินมาหาตน สีหน้าของไป๋อี้เหนียนก็คลายลงในที่สุด
ซังหลิงเดินไปพลางสังเกตเขาไปพลาง แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรเธอจริง ๆ ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของเขา ต่อให้เธออยากหนีก็คงหนีไม่พ้น
เธอเม้มปาก เดินไปหยุดตรงหน้าไป๋อี้เหนียน แล้วเงยหน้าขึ้น “ไป๋...อื้อ!”
ยังไม่ทันเรียกชื่อเขาจบ ไป๋อี้เหนียนก็บีบคางเธอไว้ โน้มตัวลงมาจูบเธออย่างรุนแรง
