แรงผู้หญิงจะมีสักเท่าไรกันเชียว
สิ่งแรกที่ลอยมาแตะจมูกคือกลิ่นหอม จากนั้นจึงค่อยรู้สึกเจ็บขึ้นมานิด ๆ
แววคลุ้มคลั่งในดวงตาของเว่ยหลานปิดไม่มิด เขาคว้าข้อเท้าของซังหลิงไว้โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ
“ที่รักกำลังให้รางวัลผมอยู่เหรอครับ? ฟินจังเลย…”
ซังหลิงดิ้นขาอยู่ในฝ่ามือเขา ไม่นานก็ออกแรงจนเหงื่อท่วม ใบหน้าน้อย ๆ แดงระเรื่อราวกับมีไอร้อนแผ่ออกมา
ทั้งโกรธทั้งอาย ดวงตาฉ่ำน้ำจ้องเขาเขม็ง
“โรคจิต!”
ทำไมถึงมีคนชอบโดนตีด้วยนะ!
“อืม…ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะมีรสนิยมแบบเอ็ม” เว่ยหลานหัวเราะเสียงต่ำ พลางขยับเข้ามาใกล้ “โทษที่รักเลยนะ คุณเป็นคนค้นพบอีกด้านของผมเอง”
“เพียะ!”
ซังหลิงทนไม่ไหว ตบเขาอีกฉาด
“คนบ้า! โรคจิต!”
เธอเตะเว่ยหลานอย่างแรง
ดิ้นรนพุ่งไปถึงหัวเตียง แล้วตบเปิดไฟเต็มแรง
ห้องสว่างจ้า เว่ยหลานยังสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับตอนกลางวัน เมื่ออยู่ในห้อง ผิวของเขายิ่งดูซีดขาว
ราวกับแวมไพร์
บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเว่ยหลาน ปรากฏรอยนิ้วมือเรียวบางของหญิงสาวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาดอกท้อแสนเจ้าชู้ทอดมองเธอ รอยยิ้มของเขาชวนให้ขนลุก
“ที่รักไม่รู้เหรอว่าทำแบบนี้ ก็เท่ากับให้รางวัลผม?”
“อ๊า! หุบปากนะ!”
ซังหลิงคว้าทุกอย่างที่เอื้อมถึงขว้างใส่เว่ยหลาน
เว่ยหลานใจเย็นจนน่าคลั่ง เสื้อผ้าของเขายุ่งเหยิง ดูสภาพย่ำแย่กว่าซังหลิงเสียอีก
ส่วนซังหลิงกลับเหนื่อยจนหอบแฮก ขยับทีไรโซ่ก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งตามมา
