ในฝ่ามือนุ่มนิ่ม เจ้ากระต่ายยังซุกเข้าหาอ้อมอกเขาอีกหน่อย
สวี่อี้ยิ้มเบา ๆ
เขาหลบมือของจี้ชิงอัน ก่อนจะใช้มืออีกข้างอุ้มกระต่ายเข้ามาแนบอก
น้ำเสียงเขาฟังดูยียวน “ด็อกเตอร์จี้ ถ้ากระต่ายตัวนี้เป็นซังหลิงจริง ๆ ในฐานะรุ่นพี่ของเธอ ฉันยิ่งไม่มีทางผลักเธอลงกองไฟด้วยมือตัวเองหรอก” รอยยิ้มของเขาไปไม่ถึงดวงตา “เพราะใครจะไปรู้ว่านักวิทยาศาสตร์อย่างพวกคุณมีรสนิยมลับ ๆ ที่ไม่ควรให้ใครรู้หรือเปล่า”
สายตาทั้งสี่สบกัน บรรยากาศตึงเครียดราวกับมีควันดินปืนลอยอวล
จี้ชิงอันยกมุมปาก “หัวหน้าสวี่ ขอเตือนคุณไว้ว่า เรื่องที่ไม่ควรยุ่งก็อย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่า”
เขาปฏิบัติต่อหลิงหลิงอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คนนอกฟัง
สวี่อี้ยักไหล่ “ดีเลย ฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านที่สุด ตั้งแต่เด็กก็ได้ฉายา ‘เหลยเฟิงตัวน้อย’ แล้ว”
แววตาจี้ชิงอันเย็นชาลง
เถาวัลย์อาบยาพิษพุ่งเข้าโจมตีท้ายทอยสวี่อี้จากด้านหลังอย่างฉับพลัน
คมมิติผุดขึ้นรอบตัวสวี่อี้อย่างรวดเร็ว ฟันเถาวัลย์ขาดสะบั้น
“ด็อกเตอร์จี้ การลอบโจมตีเป็นการกระทำของคนถ่อยนะ”
จี้ชิงอันกล่าวเสียงเรียบ “มีสองทางเลือก คืนหลิงหลิงให้ฉัน หรือไม่ก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่”
ในใจเขาบังเกิดจิตสังหารขึ้นแล้ว
หมาป่าจรจัดพวกนี้ที่คอยวนเวียนอยู่รอบหลิงหลิง สมควรถูกฆ่าให้หมด!
การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที
ยามเห็นภาพตรงหน้า ทหารยามสองคนที่ถูกมัดไว้ต่างตกตะลึง ด็อกเตอร์จี้ที่พวกเขาคิดว่าไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะจับไก่ กลับมีพลังทำลายล้างสูงถึงเพียงนี้
