ต้าจ้วงไม่กล้านินทาฉินจื้อหรอก พี่จื้อเวลาลงมือซ้อมคน เจ็บจริง ๆ นะ
เขาโบกมือ “พวกเธออยู่ไปเดี๋ยวก็รู้เอง แต่พี่จื้อของฉันเก่งสุด ๆ เลยนะ”
ต้าจ้วงยกนิ้วโป้งขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
ในปีที่กินไม่อิ่มใส่ไม่อุ่นแบบนี้ แต่ทุกครอบครัวในกองผลิตอวี๋เฉียนยังมีกินอิ่มได้ ก็ต้องขอบคุณพี่จื้อทั้งนั้น
กองผลิตอวี๋เฉียนมีจุดพักของปัญญาชนเยาวชนโดยเฉพาะ เป็นบ้านดินสองแถว ตั้งอยู่ริมหมู่บ้าน
แถวซ้ายเป็นที่พักของปัญญาชนชาย ส่วนแถวขวาเป็นที่พักของปัญญาชนหญิง
ลานบ้านล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่ ปลูกผักเอาไว้เล็กน้อย แต่ใบเหลืองแห้ง ต้นก็เตี้ยแคระแกร็น
คนที่จุดพักปัญญาชนรู้ข่าวมานานแล้วว่าจะมีปัญญาชนเยาวชนมาใหม่ หญิงสาวสองคนกำลังนั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่ในลาน อาศัยแสงจากฟ้า พอเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาก็หันมองอย่างสนใจ
ต้าจ้วงกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนเรียกคนหนึ่ง “เหมียวฉิน พี่อวี้หัวอยู่ไหนล่ะ?”
เหมียวฉินปัดเศษไม้ไผ่บนตัว “อยู่ในห้องน่ะ”
“มาแล้ว!”
เหมียวฉินยังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวผมสั้นท่าทางคล่องแคล่วก็เลิกม่านไม้ไผ่เดินออกมา
เธอยิ้มแย้ม “ต้าจ้วง คนพวกนี้คือปัญญาชนเยาวชนที่มาใหม่สินะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน ฉันชื่อจางอวี้หัว เป็นปัญญาชนเยาวชนที่ลงชนบทมาช่วยพัฒนาพื้นที่เหมือนกัน ระหว่างทางคงหนาวจนตัวแข็งแล้ว รีบเข้ามาดื่มชาสักถ้วยให้อุ่นร่างกายเถอะ”
“ดีจัง! ฉันหนาวจนแทบจะแข็งตายแล้ว!” หวังหลิงหลิงรีบพูด
เธอแทรกผ่านคนอื่น ๆ แล้ววิ่งเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว
พอต้าจ้วงเห็นจางอวี้หัว ใบหน้าก็เริ่มแดง “พี่อวี้หัว งั้นพวกเขาฝากพี่จัดการด้วยนะ ตอนเย็นอย่าลืมให้พวกเขาไปรับเสบียงประจำเดือนของตัวเองด้วย”
