“อืม...”
เพิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงครางเบา ๆ คล้ายลูกแมวก็ดังลอยออกมาจากในห้อง
เสียงของซังหลิงอู้อี้อยู่ใต้ท่อนแขน เจือเสียงขึ้นจมูกยามง่วงนิด ๆ
“เบามือหน่อย”
นักบำบัดผ่อนแรงลงเล็กน้อย ก่อนถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แบบนี้ได้ไหมคะ?”
“อืม ดี...”
เจียงเชียนอวี่รู้สึกว่าเวลาซังหลิงพูดกับคนอื่น น้ำเสียงของเธอออดอ้อนเกินไป ฟังอย่างไรก็คล้ายกำลังอ้อนอยู่กลาย ๆ
ดวงตาสีดำของเขาหม่นลึก สายตาสงบนิ่งทอดมองเข้าไปในห้อง
จากนั้นเขาก็นิ่งงันไป—
หญิงสาวจมอยู่บนเตียงใหญ่ที่นุ่มฟู ร่างนุ่มละมุนราวกับกองหิมะขาวเนียน ชุดนอนสีอ่อนพาดหลวม ๆ อยู่บนแขนเรียวขาว มือคู่หนึ่งกำลังไล้ไปตามแผ่นหลัง ทิ้งรอยแดงสะดุดตาไว้...
เมื่อสัมผัสได้ถึงบางอย่าง นักบำบัดก็หันไปมอง
แต่กลับเห็นเพียงทางเข้าที่ว่างเปล่า แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาสวยงามลงบนพรม
ซังหลิงรู้สึกได้ว่านักบำบัดชะงักไป จึงถามเสียงอู้อี้ว่า “มีอะไรเหรอ?”
“ไม่มีค่ะ... เมื่อกี้เหมือนมีใครอยู่” นักบำบัดตอบ
เธอก้มหน้า แล้วกลับไปทำงานต่อ
ฝ่ามือลูบไล้ลงตามแผ่นหลังของหญิงสาว สัมผัสนุ่มละมุนจนแทบวางมือไม่ลง
แม้เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอก็อดทอดถอนใจไม่ได้ว่าเจ้านายคนนี้ช่างเป็นที่โปรดปรานของผู้สร้างเสียจริง
ผอมเพรียวแต่ไม่ผอมแห้ง เมื่อสัมผัสก็พบแต่ความนุ่มละมุน ปลายนิ้วแตะลงบนผิวเนื้อเบา ๆ ก็ทำให้เกิดรอยบุ๋มน่ารักขึ้นมาได้ สะบักบาง ๆ ราวกับปีกผีเสื้อสองข้างที่กำลังกระพือ ตรงกลางมีแนวเส้นชัดเจนทอดยาวเข้าไปในชุดนอนที่มองไม่เห็น ปลุกจินตนาการให้เตลิดไปไกล
