เมื่อซังหลิงเห็นสภาพของโม่จั๋วฮวา ก็ถึงกับอึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไร
ชายตรงหน้ามีเพียงผ้าขนหนูพันกาย ร่องรอยสลับซับซ้อนบนเรือนร่างชวนให้คนหน้าแดง ทว่าตัวต้นเหตุกลับไม่รู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย ยังยิ้มให้เธออย่างเปิดเผย
“แขกที่ไหนกัน ถึงมาเยือนแต่เช้าจนรบกวนเวลานอนของคนอื่น” โม่จั๋วฮวายังแอบงอนอยู่หน่อย ๆ
“เป็น...เพื่อนคนหนึ่ง” คำพูดเกือบหลุดออกมาแล้ว แต่สติของซังหลิงเตือนว่าอย่าบอกโม่จั๋วฮวาจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยชอบเกาะแกะของเขา เธอจะได้ออกจากบ้านหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ “ทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?”
เธอมองเขาอย่างจนใจ
โม่จั๋วฮวาทำหน้าไร้เดียงสา “ผมก็ไม่อยากเป็นแบบนี้หรอก ตอนแรกคิดจะยืมเสื้อเจียงเชียนอวี่มาใส่สักหน่อย แต่กลับพบว่าที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าของเขาเลย”
เขาดึงผ้าขนหนู “เพราะงั้นก็เลยต้องใส่ผืนนี้”
ซังหลิงเบิกตากว้าง “คุณยังคิดจะใส่เสื้อของเจียงเชียนอวี่อีกเหรอ?”
โม่จั๋วฮวานี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
โม่จั๋วฮวากะพริบตาปริบ ๆ พอซังหลิงเดินเข้ามา ก็ยื่นมือโอบเอวเธออย่างออดอ้อน
ไอร้อนระอุกับกลิ่นสบู่อาบน้ำที่ซังหลิงคุ้นเคยพุ่งเข้าปะทะ เธอหน้าแดงระเรื่อ “คุณทำอะไรน่ะ?”
โม่จั๋วฮวาลดเสียงลงถาม “คุณไม่คิดเหรอว่าใส่เสื้อผ้าสามีคุณแล้วแอบมีอะไรกัน มันจะเร้าใจกว่าเดิม?”
ซังหลิงเพิ่งเคยรู้สึกอยากตีคนขึ้นมาเป็นครั้งแรก
เธอหน้าแดงก่ำ ผลักเขาออกไปอย่างเด็ดขาด
เตือนอย่างจริงจังว่า “อย่าอินกับบทบาทมากเกินไป!”
