เซี่ยสุยกลับไปแล้ว แต่กลับนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
บนโต๊ะมีรูปถ่ายกองหนึ่งวางระเกะระกะ
ทั้งหมดเป็นรูปของโจวชีเสวี่ย
ใบหน้าของโจวชีเสวี่ย ไม่ว่าจะยิ้มหรือขมวดคิ้ว ล้วนถูกระบายด้วยสีแดงฉานราวกับเลือด
ดูราวกับฉากในหนังผี
ชายหนุ่มยืนเท้าเปล่าอยู่หน้าโต๊ะ เสื้อเชิ้ตเปิดอ้า
ผิวขาวเย็นตาของเขาเปื้อนสีเข้าโดยไม่ตั้งใจ ยิ่งขับให้ดูชวนขนลุก «โจวชีเสวี่ย ทำไมเธอถึงไม่ตายไปเสียทีนะ?»
โครม!
มีดแหลมเล่มหนึ่งปักรูปถ่ายเข้ากับโต๊ะอย่างแรง
แค่คิดถึงคำพูดของซังหลิง ใจเขาก็อิจฉาจนแทบคลุ้มคลั่ง การไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าซังหลิง ไม่ได้แปลว่าเขาทำใจได้แล้วจริง ๆ
อยากให้โจวชีเสวี่ยตายเหลือเกิน…!!
…
คนที่นอนไม่หลับเช่นกันยังมีพี่น้องตระกูลฮั่วอีกสองคน
ซังหลิงเลือกเซี่ยสุยอย่างไม่ลังเล ทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใย เรื่องนั้นทำให้หัวใจของฮั่วฉี่เฉินเจ็บปวดอย่างหนัก
แน่นอนว่าเขาไม่โทษซังหลิง เขาโทษตัวเองที่ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะเข้าใจว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ!
โทษที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาเกินไป เพราะคุ้นชินกับการปกป้องซังหลิงมากเกิน จนค่อย ๆ สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง กระทั่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร
จนกระทั่งเริ่มมีผู้ชายวนเวียนอยู่ข้างกายซังหลิงไม่ขาด
ฮั่วฉี่เฉินเห็นรอยจูบบนลำคอของซังหลิง นับแต่นั้นเมล็ดพันธุ์แห่งความริษยาก็หยั่งรากและแตกหน่อในใจ
เขากลับขึ้นไปชั้นบน
ซางอิงฉีกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า พอเห็นเขาเดินเข้ามาก็เดาได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น
มุมปากยกยิ้ม «ทำไมถึงกลับมาหงอยเป็นหมาแบบนี้ล่ะ ฮั่วฉี่เฉิน ดูท่าในใจหลิงหลิง นายก็ไม่ได้พิเศษอะไรนี่นา~»
อย่างน้อยในตอนนี้ เขากับฮั่วฉี่เฉินก็อยู่ในฐานะเท่าเทียมกัน
ทั้งคู่ไม่ได้เป็นคนที่ซังหลิงเลือก
ฮั่วฉี่เฉินฟังคำพูดของซางอิงฉี แววตายิ่งหม่นคล้ำลงเรื่อย ๆ
«นายคบกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว?»
ซางอิงฉีเลิกคิ้ว ไม่คิดรังเกียจที่จะกระตุ้นน้องชายต่างแม่ผู้น่าสงสารอีกสักหน่อย
«วันที่ฉันกลับประเทศ»
ฮั่วฉี่เฉินสบถเสียงต่ำ
ซางอิงฉีกล่าว «เราตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น»
ถ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง ก็ไสหัวออกไปจากโลกของหลิงหลิงซะ!
«หึ»
