วันรุ่งขึ้นไม่มีเรียน ซังหลิงก็ไม่ได้เอาแต่นอนอ้อยอิ่ง เธอตั้งใจจะไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดของสถาบัน
แสงอรุณยามเช้านุ่มนวล อุณหภูมิกำลังพอดี
ซังหลิงเปิดประตูออกมา แล้วยืดเส้นยืดสาย
กึก—
ซังหลิงหันไปทักทายด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า “อรุณสวัสดิ์ ไป๋อี้เหนียน”
ชายหนุ่มไม่คิดว่าจะได้มาเผชิญหน้ากับซังหลิงในเวลานี้
เขายังคงวางท่าทีสงบนิ่ง ทว่าประกายในดวงตากลับวูบไหวอย่างผิดปกติ มือที่หิ้วเสื้อผ้าสกปรกกำแน่นขึ้น
เขาเค้นเสียงสั้น ๆ ออกจากลำคอ ฟังดูเย็นชาไม่น้อย
“อืม อรุณสวัสดิ์”
ซังหลิงกะพริบตาปริบ ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นึกว่าไป๋อี้เหนียนเพิ่งตื่น สมองยังทำงานไม่เต็มที่
เธอถามขึ้นก่อน “จะกินมื้อเช้าไหม?”
ไป๋อี้เหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง “ได้ รอฉันแป๊บนะ?”
“ฮ่า ๆ แน่นอนว่าต้องจ่ายเงินนิดหน่อยให้หุ่นยนต์มาส่งอาหารสิ!” ซังหลิงเหลือบมองเสื้อผ้าในมือเขา ก่อนถามขึ้นเอง “จะซักผ้าเหรอ? พอดีฉันก็จะซักเหมือนกัน งั้นซักพร้อมกันเลยก็ได้”
หอพักของพวกเขามีเครื่องซักและอบผ้าครบชุด เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง ซักได้สะอาดนุ่มลื่น ทั้งยังช่วยให้ไม่ต้องลงแรง ซังหลิงเข้าเรียนที่สถาบันแล้วก็ไม่เคยทำงานบ้านพวกนี้อีกเลย
เธอไม่ทันสังเกตว่า หลังจากพูดจบ ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วหลายครั้ง
เสื้อผ้าของเขาซักรวมกับของซังหลิง...
ชวนให้ใจหวั่นไหวจริง ๆ แต่—
เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจหลงเหลืออยู่บนเสื้อผ้าและทำให้เธอแปดเปื้อน ไป๋อี้เหนียนก็ปฏิเสธด้วยเสียงแหบพร่า “ไม่ต้อง ฉัน...ซักมือเอง”
