โจวจ้านวางของลงท้ายรถ พอเห็นซังหลิงยังยืนอยู่ที่เดิมก็ยกมุมปาก ก่อนตบศีรษะเธอเบา ๆ
“ได้สติแล้ว”
เขาเปิดประตูรถเป็นสัญญาณให้ซังหลิงขึ้นไป
ซังหลิงยิ่งทำตัวไม่ถูก เมื่อก่อนเธอมักรับบทเป็นฝ่ายดูแลคนอื่น แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร…เธอกลับกลายเป็นคนที่ถูกดูแลเสียเอง
ความรู้สึกแบบนี้ช่างแปลกใหม่จริง ๆ
แน่นอนว่า หากไม่นับจุดประสงค์ของโจวจ้าน เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง
พอมาถึงคอนโด ภายใต้คำยืนกรานอย่างหนักของซังหลิง โจวจ้านก็ยื่นถุงขนมเล็ก ๆ ให้เธอ ส่วนตัวเองถือถุงใบใหญ่อีกสองใบ ทั้งคู่เข้าไปในลิฟต์
ซังหลิงเดินตามหลังเขา เธอสวมรองเท้าส้นเตี้ย จึงสูงแค่ระดับไหล่ของโจวจ้าน
โจวจ้านเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย ก็เห็นเส้นผมนุ่มฟูของเธอ รวมถึงขนตางอนงามราวปีกผีเสื้อที่ไหวระริกตามจังหวะหายใจ
น่ารักเหลือเกิน น่ารักไปหมด
หัวใจเขาพลันเต็มตื้นขึ้นมา
ถ้าเมื่อก่อนมีใครบอกว่าเขาจะเต็มใจเป็นหมาให้ใครสักคน ถึงขั้นสงบเสงี่ยมสวมบทสามีแสนดี โจวจ้านคงได้แต่หัวเราะเยาะ พร้อมวิจารณ์อย่างปากร้ายว่า “กินเห็ดพิษจนประสาทหลอน ก่อนตายคงเพ้อฝันขั้นสุดท้ายสินะ?”
แต่ตอนนี้ เขากลับยินดีเสียจนเต็มใจ
ลิฟต์เปิดออก โจวจ้านให้ซังหลิงไปเปิดประตูก่อน
ซังหลิงเดินออกจากลิฟต์โดยไม่ตอบอะไร
โจวจ้านเหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่าง “เป็นอะไร?”
แล้วเขาก็เห็นโม่จั๋วฮวานั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตู ทำท่าราวกับหมาโง่ตัวหนึ่ง
