เฮ่อซูเหยียนโอบหญิงสาวเข้ามาในอ้อมแขนอย่างเป็นธรรมชาติ กลิ่นหอมสดชื่นจากตัวเธอทำให้เขาอดสูดลมหายใจลึก ๆ ไม่ได้
ของนุ่มนิ่มตัวเล็ก ๆ แบบนี้ ต่อให้มีอีกสักสิบคนก็ทำให้เขาตกใจไม่ได้หรอก
แต่เฮ่อซูเหยียนก็ยังให้เกียรติเธอด้วยการส่งเสียงอืม แล้วพูดว่า “ตกใจแล้วครับ ราชินีน้อยหลิงหลิงไว้ชีวิตผมด้วย”
“พรืด... พูดอะไรน่ะ!”
ซังหลิงถูกเขาหยอกจนหัวเราะ ดวงตากลมโตเปี่ยมเสน่ห์ รอยยิ้มเผยให้เห็นฟันขาวราวไข่มุกวับแวมอยู่ระหว่างริมฝีปากสีดอกกุหลาบ
เธอดึงแขนท่อนล่างของเฮ่อซูเหยียน แล้วเขย่งปลายเท้าเพื่อมองโทรศัพท์ของเขา
เฮ่อซูเหยียนรีบปิดหน้าจอ ก่อนจะขยี้หัวเธออย่างส่งเดช “ไปกันเถอะ พี่พาไปกินมื้อเช้า”
ซังหลิงถูกเขาจูงเดินไปด้วย แก้มป่องขึ้นเล็กน้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
เมื่อขึ้นรถแล้ว เฮ่อซูเหยียนถึงสังเกตเห็นสีหน้าเล็ก ๆ ของเธอ
เขาขำจนอดยื่นนิ้วไปจิ้มแก้มยุ้ย ๆ ของเธอไม่ได้ จิ้มทีไรก็เกิดรอยบุ๋มเล็ก ๆ น่ารักจนแทบใจละลาย
“เบบี๋ เป็นอะไรไปครับ?”
ดวงตาอัลมอนด์ของซังหลิงเบิกโตกลมดิ๊ก “คุณกำลังคุยกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ใช่ไหม!”
เฮ่อซูเหยียน “...” เขาพูดไม่ออก เผลอหรี่ตาลง ก่อนโน้มตัวเข้าใกล้ซังหลิง “เบบี๋ พี่ทำอะไรให้สงสัยขนาดนั้นเหรอครับ”
ยามที่ชายหนุ่มไม่ยิ้ม เขาดูไม่น่าเข้าใกล้เอาเสียเลย ประกายในดวงตาเรียวยาวคมกริบจนแผ่ออกมา แค่ถูกเขาจ้องมองก็แทบไม่มีความกล้าจะหนีแล้ว
ซังหลิงหดไหล่ลงอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา ไม่พูดอะไรสักคำ เพียงเม้มปากคว่ำแล้วก้มหน้าปล่อยน้ำตาหยดเล็ก ๆ ร่วงลงมา
