สายตาของซังหลิงเลื่อนจากเค้ก แล้วก็อดย้ายไปจับจ้องใบหน้าเจียงคั่วไม่ได้
พูดตามตรง ตอนนี้สภาพเขาดูย่ำแย่ไม่น้อย
แต่รอยยิ้มกลับสดใส แถมยังดูซื่อบื้อ
เธอเม้มริมฝีปาก จ้องเขาโดยไม่พูดอะไร
เจียงคั่วยิ้มไปยิ้มมา แต่ไม่ได้รับคำตอบจากซังหลิง กลับเห็นดวงตาเธอเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ เขาจึงพลันลนลาน
“เป็นอะไรไป เป็นอะไรไปกัน—”
เจียงคั่วทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กที่ทำผิดมา
“ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า หลิงเป่า ขอร้องล่ะ พูดกับฉันสักคำได้ไหม”
เจียงคั่วอยากช่วยเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของซังหลิงที่ห้ามเขาแตะต้องเธอตามใจชอบ เขาก็ไม่กล้าขยับง่าย ๆ
ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อน
แต่ซังหลิงไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย
เธอเช็ดน้ำตา แล้วถามเจียงคั่วว่า “เจียงคั่ว คุณคิดว่าตอนนี้แค่ก้มหัวขอโทษฉัน ฉันก็จะซาบซึ้งมากเลยหรือไง”
เจียงคั่วไม่กล้ามองน้ำตาของเธอ ก้อนหินใหญ่ในใจก็ร่วงลงไป
“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ หลิงเป่า ฉันผิดไปแล้ว ฉัน...”
ซังหลิงพูดว่า “เรื่องที่เฮ่อซูเหยียนทำ คุณก็มีส่วนด้วยใช่ไหม ไม่ใช่แค่คุณ ยังมีเว่ยหลาน หรืออาจจะมีคนอื่นอีกที่ฉันไม่รู้...”
เธออาจไม่ฉลาดนัก แต่เมื่อลองคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้าและหลังจากนั้นสักหน่อย ก็พอจะเข้าใจได้
“พวกคุณรู้ไหมว่าฉันถูกด่าหนักแค่ไหน เรื่องในอดีตพวกนั้นเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากนึกถึงไปตลอดชีวิต! พวกคุณฉีกผ้าคลุมที่ใช้ปกปิดความอับอายของฉัน แล้วปล่อยให้มันถูกเปิดโปงต่อหน้าแฟน ๆ ที่ชอบฉันอย่างโจ่งแจ้ง!”
