ซังหลิงกวาดสายตาอย่างรังเกียจไปยังร่างผอมบางของนาง
“ของอยู่ที่ไหน?”
อวี๋เฟยหว่านตอบว่า “ห้องหนังสือของข้า... พอเข้าประตูไปก็เป็นห้องทางขวามือสุด...”
ที่จริงอวี๋เฟยหว่านรู้สึกกระดากใจอยู่บ้างที่เรียกห้องนั้นว่าห้องหนังสือ เพราะมันเป็นแค่ห้องเก็บของเล็กจนน่าสงสาร ซึ่งนางเพิ่งจัดการเก็บกวาดหลังย้ายเข้ามาอยู่เท่านั้น
ซังหลิงเล่นพัดหยกในมือ พลางสั่งลอย ๆ ว่า “ชีซา ไป”
ไม่มีเสียงตอบรับ
อวี๋เฟยหว่านอ้าปากค้าง ก่อนจะนั่งเหม่ออยู่ข้าง ๆ อย่างรู้กาลเทศะ
จนกระทั่งบรรดาอาหารเลิศรสจากหอรุ่ยเฟิงทยอยถูกพนักงานยกเข้ามา
ซังหลิงหาวหวอด น้ำเสียงยังคงเหมือนกำลังให้ทาน “กินเสียสิ เจ้าเป็นบุรุษที่ผอมแห้งที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมาเลยนะ ลมพัดทีเดียวจะปลิวไปติดต้นไม้หรือเปล่า?”
พูดจบซังหลิงก็หัวเราะออกมาเสียเอง
อวี๋เฟยหว่านขยับปีกจมูก สายตาจับจ้องไปยังอาหารเต็มโต๊ะ
กุ้งผัดใบชาหลงจิ่ง ปลาเมาเหล้าหอม เต้าหู้แก้ว นกพิราบหมักกุ้ยฮวา...
แค่ค่าอาหารบนโต๊ะนี้ก็เพียงพอให้ชาวบ้านทั่วไปกินอยู่ได้ตลอดทั้งปีแล้ว
นางคงเป็นผู้ทะลุมิติที่ตกอับที่สุดแล้วกระมัง
เห็นอวี๋เฟยหว่านเอาแต่จ้องอาหารตาไม่กะพริบ ซังหลิงก็เริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย “อืดอาดยืดยาด เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่?”
อวี๋เฟยหว่าน “...”
นางไม่ใช่จริง ๆ เสียด้วย
อวี๋เฟยหว่านลุกขึ้นยืน ประสานมือคำนับอย่างระมัดระวังก่อนจะนั่งลงหยิบตะเกียบ “ขอบพระคุณท่านหญิงที่ประทานอาหาร เช่นนั้นข้าน้อยขอเริ่มกินแล้วนะขอรับ”
ซังหลิงโบกมือ
อวี๋เฟยหว่านคีบกุ้งเป็นอย่างแรก ฮือ ๆ อาหารทะเล! นางแทบลืมรสชาติของมันไปแล้ว!!
