ซังหลิงนั่งอยู่ท่ามกลางความมืด เอ่ยชมระบบว่า “ทำได้ดีมาก”
ระบบที่เพิ่งก่อเรื่องจนทำไฟฟ้าในคฤหาสน์ลัดวงจรส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพูดอย่างเขินอายว่า “แหม แค่ช่วยนายท่านได้ก็ดีแล้วค่ะ”
มุมปากของซังหลิงกระตุกเล็กน้อย
เวลานั้นเอง หงเจี่ยถือไฟฉายเดินเข้ามา ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณหนูใหญ่ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ? คงเป็นเพราะฝนตกหนัก ไฟในบ้านตรงไหนสักแห่งเลยลัดวงจร”
“ฉันไม่เป็นไร”
ซังหลิงพูดว่า “มีไฟฉายอีกไหมคะ? ฉันอยากกลับห้อง”
“โธ่ ไม่มีเหลือแล้วค่ะ ไฟฉายอันนี้ฉันยังเอามาจากบ้านเกิดเลย คฤหาสน์นี้ไม่ได้ไฟดับมานานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้” หงเจี่ยว่า “เดี๋ยวฉันไปส่งคุณหนูกลับห้องนะคะ ถ้ากลัวก็เก็บไฟฉายไว้ใช้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะออกไปถามยาม ดูว่าซ่อมไฟได้ไหม”
ซังหลิงขานรับเบา ๆ แล้วเดินตามหงเจี่ยขึ้นชั้นบน
แต่ตอนที่หงเจี่ยจะยื่นไฟฉายให้ เธอกลับปฏิเสธ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือจากข้างหัวเตียงแล้วเปิดไฟฉาย “ฉันใช้อันนี้ก็ได้ค่ะ”
“ได้ค่ะ ถ้ามีอะไรก็เรียกฉันนะ ฝนตกหนักขนาดนี้ ยังไม่รู้เลยว่าจะซ่อมไฟได้ไหม รีบนอนแต่หัวค่ำด้วยนะคะ” หงเจี่ยกำชับเสร็จก็ถือไฟฉายลงไปชั้นล่าง
โทรศัพท์มือถือในมือเป็นแบบฝาพับ มีปุ่มกด ตัวเครื่องเคลือบสีชมพู เป็นของขวัญวันเกิดที่หรงเยวียนมอบให้เจ้าของร่างเดิมตอนบรรลุนิติภาวะ
ในห้องนอนมีระเบียงเล็ก ๆ แสงสว่างส่องถึงดี จากตรงนั้นยังชมทิวทัศน์งดงามของสวนได้ด้วย เพียงแต่ตอนนี้ด้านนอกมืดสนิท ต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในสวนต่างก็ถูกฝนกระหน่ำจนเอนล้มระเนระนาด