ลู่หมิงเฉียวไม่พูดอะไร เพียงมองซังหลิงด้วยสายตาเย็นชา รอดูว่าเธอคิดจะก่อเรื่องอะไรอีก
ซังหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มมุดเข้าไปในแขนเสื้อของเขา
แล้วก็พบว่าร่างกายของเธอเล็กมากจริง ๆ ถึงกับมุดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
ขนอ่อนนุ่มเสียดสีกับผิว สัมผัสนั้นจั๊กจี้เล็กน้อย
ลู่หมิงเฉียวเข้าใจแล้ว
เขาเอ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “อยาก...ออกไปกับฉันเหรอ?”
ซังหลิงกล้าขนาดนั้นเลยหรือ?
ซังหลิงยังคงมุดลึกเข้าไป ใช้การกระทำยืนยันความคิดของตัวเอง
อุ้งเท้ากระต่ายนุ่มนิ่มเหยียบลงบนกล้ามเนื้อแข็งแน่นของชายหนุ่ม
ภายในแขนเสื้อราวกับเป็นอุโมงค์มืดมิด ทว่าซังหลิงกลับพบว่าหลังกลายเป็นกระต่ายแล้ว เธอดูเหมือนจะมีความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนแบบกระต่ายด้วย แถมยังคล่องแคล่วขึ้นมาก
เธอพุ่งปรู๊ดออกไปอย่างรวดเร็ว
ลู่หมิงเฉียวหน้าดำคล้ำ ยื่นมือไปกดเธอไว้ทันที
หัวของซังหลิงโผล่ออกมาจากคอเสื้อ
ทั้งสองสบตากัน
ลู่หมิงเฉียวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ซังหลิงพูดไม่ได้ จึงรีบร้อนเอาหัวดุนคางของชายหนุ่ม
พูดสิ! ตกลงจะพาฉันออกไปไหม!
บริเวณใกล้เคียงมีเสียงคำรามของซอมบี้ดังขึ้นเป็นระยะ
ลู่หมิงเฉียวขมวดคิ้ว มองซังหลิงตัวเล็กเท่าฝ่ามืออีกครั้ง แค่เผลอเหยียบก็อาจตายได้ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงคว้าตัวเธอออกมาจากคอเสื้อ แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว
ขนของซังหลิงยุ่งฟูไปหมดเพราะถูกจับพลิกจับหงาย
เสียงทุ้มต่ำชวนฟังของชายหนุ่มดังมาจากด้านบน “อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
ซังหลิงงัวเงีย ไม่อยากฟังและไม่เข้าใจด้วย
หัวของซังหลิงเพิ่งโผล่พ้นกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมออกมาได้เพียงนิดเดียว ก็ถูกนิ้วยาวเรียวแตะหน้าผากแล้วดันกลับเข้าไป
