ระหว่างทางกลับ ลู่หมิงเฉียวก็ถูกคนจำนวนมากแอบมองอย่างที่คาดไว้
คนพวกนั้นซ่อนตัวอยู่ในช่องเล็ก ๆ มืดสนิท จ้องมองลู่หมิงเฉียวด้วยสายตาเย็นเยียบ
เสบียงกองโตที่เขาขนกลับมาทำให้ใคร ๆ ต่างน้ำลายสอ
โลกาวินาศเพิ่งเริ่มต้นได้วันที่สอง ไฟฟ้าก็ดับเป็นวงกว้างแล้ว แม้แต่น้ำยังพอใช้ได้ แต่ถ้าความวุ่นวายเช่นนี้ดำเนินต่อไป พวกเขาคงขาดแคลนเสบียงไม่ช้าก็เร็ว
“กึก”
เพิ่งถึงชั้นสอง ประตูก็เปิดออกตามเสียงเคาะ
ชายร่างอ้วนที่มาตามลู่หมิงเฉียวตอนเย็น ขอให้เขาช่วยหาเสบียงมาขวางทางพวกเขาไว้
“พี่ชาย นายออกไปหาเสบียงมาอีกแล้วเหรอ? ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นใช่ไหม? ดูสิ ของเยอะแยะขนาดนี้ นายกินคนเดียวไม่หมดหรอก แบ่งให้พวกเราบ้างได้ไหม...”
เขาถูมือไปมา ดวงตาเป็นประกายจับจ้องถุงในมือลู่หมิงเฉียว
แล้วก็สบเข้ากับดวงตากระต่ายสีแดงก่ำคู่หนึ่ง
เขาสะดุ้งโหยง “เฮ้ย! นั่นตัวอะไร!”
ลู่หมิงเฉียวขมวดคิ้ว กดกระต่ายที่ชะโงกหน้าไปมาให้กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วปัดชายร่างอ้วนนั้นออกไป
เขาพูดเสียงเย็นชา “อยากได้เสบียงก็ออกไปหาเอง”
เขาเดินผ่านอีกฝ่ายขึ้นชั้นบนอย่างไม่ไยดี
“เฮ้ นายคนนี้นี่!”
ชายร่างอ้วนชนประตูเข้าอย่างจัง โกรธจนเกือบสบถออกมา ทว่าพอเงยหน้าขึ้นเห็นดาบยาวที่ห้อยอยู่กับตัวลู่หมิงเฉียว ก็พลันเงียบกริบ
กลับถึงชั้นหก ลู่หมิงเฉียวโยนซังหลิงลงบนโซฟา ถอดเสื้อนอกตามปกติแล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน
มือที่กำลังจะจับขอบกางเกงพลันชะงัก
