“เดี๋ยวก่อน” ซังหลิงเหมือนได้ยินเสียงของซีตงหลิง
ลู่หมิงเฉียวก็ได้ยินเช่นกัน
ซีตงหลิงพุ่งลงมาราวกับสายลม ผมเปียกชื้นยุ่งเหยิง
ซังหลิงยิ้มตาหยี เอ่ยหยอกว่า “พี่สาว พี่ไม่อยากให้ฉันไปใช่ไหมล่ะ”
“ซังหลิง—” ซีตงหลิงคว้ามือเธอไว้ “อย่าออกไปนะ”
ซังหลิงประหลาดใจ “พี่พูดอะไรน่ะ”
ซีตงหลิงอธิบายไม่ได้ จึงได้แต่กำข้อมือซังหลิงแน่นขึ้น “ข้างนอกอันตรายมาก ฉันเป็นห่วงเธอ”
“มีลู่หมิงเฉียวอยู่ เขาจะปกป้องฉันเอง อีกอย่างฉันก็มีพลังพิเศษนะ”
ถึงซังหลิงจะจำเรื่องในตอนนั้นได้ไม่ชัดนัก แต่เธอก็พอจำได้ลาง ๆ ว่าพลังทำลายล้างของตัวเองไม่ใช่น้อย
มุมปากซีตงหลิงกระตุก อยากถามว่าเธอหมายถึงพลังพรางตัวที่ทำให้กลายเป็นกระต่ายนั่นหรือเปล่า
นอกจากตัวเล็กลงจนยัดใส่กระเป๋าเพื่อพกพาได้สะดวก แล้วก็อาศัยขนาดตัวมุดเข้าตามซอกหลืบได้แล้ว ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อย่างอื่นเลยไม่ใช่หรือ
ซีตงหลิงจนปัญญา ได้แต่หันไปมองลู่หมิงเฉียว
เมื่อเลิกเสแสร้ง สีหน้าของเธอกลับสงบนิ่งเกินวัย
“ตอนนี้ข้างนอกไม่ปลอดภัยเลย ฉันรู้สึกว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ๆ นายก็คงสังเกตเห็นแล้วใช่ไหม นอกจากมนุษย์กลายพันธุ์แล้ว พืชกับสัตว์ก็กลายเป็นซอมบี้ด้วย”
“วันสิ้นโลกเพิ่งเริ่มต้น มหันตภัยของมนุษย์ยังห่างไกลจากการสิ้นสุด”
ลู่หมิงเฉียวถาม “จะให้ฉันเชื่อเธอได้ยังไง”
ซีตงหลิงตอบ “ก่อนเที่ยงคืนคืนนี้ ข้างนอกจะต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่นอน ถ้าไม่เกิดขึ้น ฉันยอมให้พวกคุณจัดการตามใจ!”
