สิบกว่าวันที่ผ่านมา คล้ายเป็นช่วงเวลาที่โลกาวินาศมอบให้ผู้รอดชีวิตได้พักหายใจ หรือไม่ก็อาจเป็นความสนุกพิลึกของกฎเกณฑ์โลกาวินาศ
ตอนที่มนุษย์ผ่อนคลายความระแวดระวัง คิดว่าหลบอยู่ในบ้านแล้วจะปลอดภัย
สัตว์เลี้ยงที่เคยคลอเคลียอยู่ในอ้อมแขนกลับกลายพันธุ์ขึ้นมากะทันหัน เริ่มกัดเจ้าของ
ภาพอันน่าสลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วทุกเมือง
ซังหลิงหลับไปได้ไม่นานนัก
ระบบเขย่าตัวเธอเบา ๆ “เจ้านาย เจ้านาย ดูข้างนอกสิ”
ซังหลิงเปิดม่านแล้วมองลงไป
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในหมู่บ้านมีหนูและแมวจรจัดมากมายขนาดนี้...
พวกมันราวกับถูกบางสิ่งเรียกหา ต่างพากันกรูไปยังทางออก ภาพนั้นชวนให้หนังศีรษะชาวาบ
ปัง!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งชนกระจกอย่างแรง
ซังหลิงสบเข้ากับดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่ง มันเป็นนกตัวดำสนิท หรือว่าจะเป็นอีกา?
เธอมองตาอีกาอย่างสงบนิ่ง
อีกาเอียงหัวเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มคลุ้มคลั่ง พุ่งชนกระจกดังปัง ปัง ปัง
เสียงร้องแหบพร่าฟังดูน่าสะอิดสะเอียนดังออกมาจากปากของมัน
ระบบร้องว่า “ของประหลาดในโลกาวินาศมีเยอะจริง ๆ! เจ้านาย ระวังตัวด้วยนะ!”
มันยังไม่รู้เลยว่าซังหลิงไม่ได้กลัวสิ่งพวกนี้สักนิด เธอเหมือนสัตว์ประหลาดไร้ความรู้สึก พอไม่ได้ทำภารกิจก็เย็นชาเสียจนไม่เหมือนมนุษย์
แต่ถึงอย่างนั้น มนุษย์ผู้เย็นชาคนนี้กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ขอบคุณที่เตือนนะ ฉันจะระวังตัวจ้ะ~”
ระบบดีใจมาก รีบเข้ามาคลอเคลียเธอ พร้อมเตือนให้รีบถอยห่างจากหน้าต่าง
