ซังหลิงมีนิสัยเข้านอนเร็ว เธอเป็นคนรักสวยรักงาม แต่ก่อนจึงไม่เคยยอมให้ใครมาทำลายกิจวัตรของตัวเอง
ใครจะคิดว่าหลังตายไปแล้ว กลับเริ่มอดนอนเสียได้
เธอล้มตัวลงนอนแล้ว ถึงนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไป
คนหนึ่งคือเจียงคั่ว อีกคนคือเฮ่อซูเหยียน
หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงที่ปูผ้าปูสีชมพู คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อย ๆ อย่างแทบสังเกตไม่เห็น สีหน้าแสดงความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
สุดท้ายเธอก็ยังส่งเสียงฮึเบา ๆ แล้วหลับตาส่งข้อความเดียวกันไปให้ทั้งสองคน
“ขอโทษนะคะพี่ วันนี้เหนื่อยมากจริง ๆ หลิงหลิงง่วงจนแทบไม่ไหวแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันได้ไหมคะ? จุ๊บ ๆ หอมพี่นะ~”
เสียงงัวเงียอ่อนนุ่ม ฟังดูเหมือนคนที่ใคร ๆ ก็รังแกได้ง่าย
ส่งเสร็จเธอก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ ห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนน้อยแล้วหลับไปอย่างสบายใจ
ไม่สนใจเลยว่าคนสองคนที่ได้รับข้อความเสียงของเธอจะรู้สึกอย่างไร
ที่โรงแรม เฮ่อซูเหยียนเริ่มเสียดายที่ปล่อยซังหลิงกลับไปเมื่อคืน
ไม่ใช่ว่าเขาคิดจะทำอะไรกับเธอ
แต่เป็นเพราะ—เพิ่งแยกจากกันได้ไม่นาน เขาก็คิดถึงเธอแล้ว
รอยยิ้มของซังหลิงเพิ่งวาบขึ้นมาในความคิด เสียงเรียกเข้าเฉพาะของเธอก็ดังขึ้น
“ขอโทษนะคะพี่...”
เสียงของหญิงสาวราวกับอุ้งเท้าแมวน้อย มีเสียงหายใจแผ่วเบาปนความเย้ายวน ดังซ้ำไปมาในห้องอันเงียบสงบ
แทบจะในทันที เฮ่อซูเหยียนก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นมา
“บ้าเอ๊ย...”
คิ้วคมเข้มของเฮ่อซูเหยียนขมวดแน่น เขาหงุดหงิดจนยกมือขยี้ผมอย่างไม่อยากเชื่อ
เขาถูกปลุกเร้าได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ
อยู่ในแวดวงแบบเขา มีผู้หญิงแบบไหนที่ไม่เคยเจอ กระทั่งตอนยังเป็นวัยรุ่นและยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็ยังมีผู้หญิงสารพัดแบบจงใจเข้ามาพัวพันอยู่บ่อย ๆ แต่เฮ่อซูเหยียนไม่เคยคิดสนใจ แถมยังรู้สึกสะอิดสะเอียน จนเพื่อนสนิทเอาไปล้อว่าเขาตายด้านหรือเปล่า
