ซังหลิงเดินออกมาแล้ว
ซังเหล่ยมองเด็กสาวตัวเล็กที่เดินตามหลังเธอมา ผอมจนเห็นกระดูกซี่โครง
เขาจิ๊ปาก
“เพื่อนร่วมห้องเธอไม่ยอมช่วยใช่ไหม? รอแป๊บนะ ฉินจื้อ?”
ซังเหล่ยขยิบตาส่งสัญญาณให้ฉินจื้อ
ฉินจื้อขมวดคิ้ว
ซังเหล่ยกระทุ้งแขนเขาอีกครั้ง “โธ่ น้องสาวฉันตั้งแต่เล็กก็ไม่เคยทำงานอะไรเลย จะเก็บของเป็นได้ยังไง เธอคงต้องวุ่นวายจนดึกดื่น ไม่ได้นอนแน่”
ฉินจื้ออยากจะพูดว่า ในเมื่อรู้ว่าเธอทำงานไม่เป็น ก็ไม่ควรส่งเธอมาชนบทตั้งแต่แรก
เขาเหลือบมองซังเหล่ยอย่างเย็นชา
จากนั้นก็เดินไปเคาะประตูห้องข้าง ๆ
ซังหลิงมองซังเหล่ยสลับกับฉินจื้อไปมา ไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังทำอะไรกัน จึงยื่นมือไปทางซังเหล่ย “เอาของมาให้ฉัน ฉันขนเข้าไปเองก็ได้”
“แขนขาเล็กนิดเดียว แน่ใจนะว่าทำไหว?” ซังเหล่ยเยาะเธอ
“ซังเหล่ย! หมายความว่ายังไง!” ซังหลิงตะโกนอย่างโมโห
ซังเหล่ยจิ๊ปาก “เรียกชื่อฉันอีกแล้ว ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่เลยนะ”
ทางจางอวี้หัวเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่ได้เจอฉินจื้ออีกครั้ง
ถึงฉินจื้อจะพักอยู่ข้างจุดพักเยาวชนที่ลงชนบท แต่เขาก็เป็นคนยุ่งมาก วันนี้ได้เจอเขาหลายครั้งพอ ๆ กับที่ปกติจะเจอในครึ่งเดือนเลยทีเดียว
“ฉินจื้อ มีอะไรเหรอ?”
เธอมองไปทางซังหลิง
ฉินจื้อบอกความต้องการของซังเหล่ยให้เธอฟังอย่างเรียบเฉย
ซังเหล่ยรีบยิ้มเจื่อน ๆ ก้มหัวทักทาย “ต้องรบกวนแล้วนะครับพี่สาว น้องสาวผมเพิ่งมาที่นี่ ปกติอยู่บ้านก็ไม่เคยทำงานอะไร ผมกลัวว่าเธอจะจัดการไม่ไหว แล้วต้องวุ่นวายกันถึงดึกจนรบกวนเวลาพักผ่อนของทุกคน พี่ช่วยเธอสักหน่อยได้ไหมครับ?”
