“จริงเหรอ?”
น้ำเสียงของเซี่ยซือเหมียนเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“อื้อ ๆ”
ซังหลิงพบว่าเซี่ยซือเหมียนเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวดูเหมือนจะทำลายความหยิ่งทะนงในตัวเขาจนหมดสิ้น ทำให้เขายิ่งนานวันก็ยิ่งไม่มั่นใจในตัวเอง
อีกอย่าง เขาดูเหมือนจะเชื่อทุกคำที่เธอพูดอย่างมาก
ซังหลิงรู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าแกล้งเขาต่อ
เมื่อแน่ใจว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง เซี่ยซือเหมียนจึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มบางเบา
“หลิงหลิง ทุกคำที่คุณพูด ผมเชื่อหมดเลย”
ซังหลิงเหลือบมองเขา ก่อนก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ บอกให้เขาอย่ามารบกวนเธอทบทวนบทเรียนอีก
จุ๊ ๆ ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า ทำไมถึงรู้สึกว่าเซี่ยซือเหมียนเริ่มเก็บอาการเก่งขึ้นมาเสียแล้ว
แต่ไม่นาน ซังหลิงก็รู้ว่าเหตุใดเซี่ยซือเหมียนถึงเปลี่ยนไป
ตระกูลเซี่ยได้รับการคืนความเป็นธรรมแล้ว
พวกเขากลับเข้ารับตำแหน่งดังเดิม ทรัพย์สินและบ้านเรือนทั้งหมดที่ถูกยึดไปก็ได้รับคืนครบถ้วน
เวลานี้เข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้ว ในที่สุดซังหลิงก็ถอดเสื้อบุผ้าฝ้าย เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่เบาสบายกว่าเดิม
จู่ ๆ ในหมู่บ้านก็มีรถจี๊ปมาหลายคัน ชายชุดทหารลงมาจากรถ
คนในครอบครัวแม่ทัพเฒ่าเซี่ยได้รับการประคองลงมา พร้อมกับชายชราท่านนั้นซึ่งได้รับการคืนความเป็นธรรมเช่นกัน
ชาวบ้านเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความยำเกรง
คนที่เคยหาเรื่องคอกวัวต่างพากันหดหัว กลัวว่าจะถูกคิดบัญชีเอาทีหลัง
แม่เจ้าโว้ย ทำไมถึงได้คืนความเป็นธรรมกันล่ะ? ได้ยินว่าคอกวัวบนเขาของพวกเขามีแม่ทัพอาศัยอยู่หรือ?
เซี่ยซือเหมียนยืนอยู่ข้างซังหลิง
เธอถามอย่างสงสัย “คุณไม่ไปดูหน่อยเหรอ?”
