ชาติที่แล้วเฉินอวี้จู๋ทุ่มเททั้งกายและใจให้สวี่เหอปิน จึงไม่เคยสนใจฉินจื้อเลย
ตอนนี้เมื่อเห็นทั้งสองสนิทสนมกัน เฉินอวี้จู๋ก็อดเสียใจขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชาติที่แล้วซังหลิงกับฉินจื้อมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
—แต่ชาติที่แล้วฉินจื้อเหมือนจะครองโสดไปตลอดชีวิตนี่นา? ในฐานะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนได้รับความสนใจ แม้ในภายหลังเขาจะกลายเป็นชายวัยกลางคนแล้ว แต่ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและมาดสุขุมแข็งแกร่ง ก็ยังทำให้สาว ๆ นับไม่ถ้วนคลั่งไคล้
ในเมื่อชาติที่แล้วเขาไม่ได้คบกับซังหลิง ชาตินี้เธอได้กลับมาเกิดใหม่พร้อมความรู้ล่วงหน้าแล้ว ซังหลิงก็ยิ่งไม่มีทางได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก
เฉินอวี้จู๋คิดเงียบ ๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง
เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานใสและกระตือรือร้นว่า “พี่ฉินจื้อคะ ฉันมาหาคุณย่าฉินค่ะ ท่านอยู่บ้านไหมคะ?”
ฉินจื้อเป็นคนกตัญญู ต่อให้ฉินจื้อไม่สนใจอะไรเลยก็ไม่เป็นไร เธอเริ่มจากคุณย่าฉินก่อนก็ได้
ฉินจื้อปรายตามองเธออย่างเย็นชา “อยู่ในบ้าน”
รอยยิ้มของเฉินอวี้จู๋แข็งค้าง แม้สีหน้าของฉินจื้อจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเวลานี้เขาเย็นชากว่าเดิมนะ?
“ถ้าอย่างนั้นฉันเข้าไปหาท่านก่อนนะคะ” เฉินอวี้จู๋ได้แต่พูด
“นี่ รับคืนไป!”
ซังหลิงจีบนิ้วเป็นท่าดอกกล้วยไม้ คีบผ้าเช็ดหน้าสกปรกมอมแมมไว้ แล้วจงใจแกว่งไปมาตรงหน้าฉินจื้อ
เด็กชะมัด
ฉินจื้อคว้ามันไปทันที “บ่ายนี้ไม่ต้องไปทำงานแล้ว ฉันคุยกับหัวหน้ากองการผลิตไว้แล้ว ช่วงสองสามวันนี้กำลังเตรียมงานกัน เธอไปช่วยก่อนก็แล้วกัน”
